เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 26/2

“ภาพที่ได้เห็นนักศึกษาเบ๊กกับนักศึกษาฮวางร่วมผ่าตัดพร้อมกัน ดูดีมากเลยนะคะ” นังนังเอ่ยชม

“อย่างนั้นเหรอ?”

“ค่ะ ท่านพึ่งจะจัดการเรื่องศพของพ่อเสร็จ น่าจะยังเหนื่อยอยู่มาก นึกไม่ถึงว่าจะผ่าตัดได้นิ่งมาก สมเป็นนักศึกษาฮวางจังเลย ภาพที่ตอนนั้นได้ทำปลา มานั่งกินข้าวด้วยกันที่บ้าน ข้ายังจำได้ไม่ลืมเลยค่ะ”

“ตอนยังมีชีวิตอยู่ พ่อก็ชอบกล่าวถึงอาหารมื้อนั้น” ฮวางจองหน้าสลดลงเมื่อนึกถึงพ่อ

“จริงเหรอคะ ท่านจำเป็นที่จะต้องไปอยู่ในที่ดีแน่ เข้มแข็งไว้นะคะ” นังนังให้กำลังใจ และหันไปหยิบก้อนนิ่วขึ้นมา 

“อ้อจริงสิ ก้อนหินก้อนนี้ เป็นหินประเภทพิเศษรึเปล่าคะ ได้ยินว่าในเครื่องสำอางก็มีส่วนผสมของหินแบบงี้”

“ไม่ใช่หรอก นั่นเป็นก้อนนิ่วที่เกิดจากการสะสมตะกอนตอนที่ปัสสาวะน่ะ” ฮวางจองขำ ๆ

นังนังตระหนกตกใจ หน้าเจื่อน “หา ค่ะ ตอนแรกกะว่าจะล้างแล้วเอากลับบ้านหน่อย”

นังนังเดินออกไป ซ๊อกรันก็เดินเผ่านาทักทาย “ฮวางจอง ข้าได้ยินว่าท่านพึ่งจะผ่าตัดเสร็จ ตอนนี้หิวรึเปล่าคะ?”

ฮวางจองเห็นซ๊อกรันก็นึกถึงคำพูดของพ่อ ที่ไม่ต้องการให้เขาคบหาใกล้ชิดกับซ๊อกรัน เขาจึงหาทางเลี่ยง “ข้าคงต้องไปเยี่ยมท่าน ผอ.ก่อน ท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ข้าคิดว่าควรจะหาเวลาไปตรวจคนไข้ให้มากขึ้นหน่อย”

“ต่อไปท่านคงจะยุ่งขึ้นมาก เดี๋ยวสิคะ” ซ๊อกรันหน้าเศร้า

“อีกเดี๋ยวจะมีคนไข้เผ่านา ข้าคงต้องรีบไปแล้วล่ะ” พูดจบฮวางจองก็เดินเลี่ยงออกไป

ฮอร์ตั้นมาถวายรายงานเรื่องการป่วยของหมอเฮรอนต่อพระเจ้าโกจง

“หมอเฮรอนพักตรงนั้นก็เพราะต้องการจะอยู่ใกล้คนไข้ ดังนั้นถึงต้องพักในเจจุงวอนท่านก็รู้สึกเต็มใจ แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างงี้เค้าคงจะแย่แน่เพคะ”

“ข้าควรจะหาวิธี ทำให้หมอเฮรอนไปพักที่อื่นซะแล้วมั้ง” พระเจ้าโกจงครุ่นคิด

“ฝ่าบาทควรจะมีพระบัญชาไปถึงหมอเฮรอนเพคะ อ่อ แถว ๆ เขานัมฮันมีบ้านพักตากอากาศของพวกมิชชันนารีอยู่หลังนึงใช่มั้ยเพคะ?” พระมเหสีกราบทูล

“ก็ดีนะ ข้าจะมีคำสั่งให้หมอเฮรอน ไปพักรักษาตัวสักหน่อย”

“ฝ่าบาท เป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งเพคะ”

“แม้กระนั้น ข้าเป็นห่วงว่าถ้าหมอเฮรอนไม่อยู่ โรงพยาบาลเจจุงวอนจะไม่วุ่นวายแย่เหรอ?” พระเจ้าโกจงตรัสถาม

“เรื่องนั้นวางพระทัยได้เพคะ เพราะทุกคนในเจจุงวอนรวมทั้งหม่อมฉันจะดูแลคนไข้อย่างสุดกำลัง อีกอย่างนึง มีนักศึกษาฮวางอยู่ทั้งคน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพคะ” ฮอร์ตั้นกทราบทูล

“เจ้าหมายความว่าฮวางจองเหรอ อืม เค้าอยู่ด้วยข้าก็วางใจ” พระเจ้าโกจงพยักพระพักตร์ วางพระทัย

คูฮอน ผู้จัดการโอ และเจอุ๊กทราบข่าวเรื่องที่พระเจ้าโกจงจะให้หมอเฮรอนไปพัก และกลัวว่าฮวางจองจะได้ขึ้นมาแทนตำแหน่งเฮรอน

“ถ้าเจ้าฮวางจองแทนที่ ผอ. ก็เท่ากับให้คนฆ่าสัตว์มาเป็น ผอ.สิ คนฆ่าสัตว์ชั้นต่ำจะมาแทนที่ ตำแหน่ง ผอ.ได้ยังไง พวกท่านว่าจริงมั้ย ถ้าวันหน้าเป็น ผอ.จริง ๆ ล่ะ”

“เราก็ต้องขัดขวางสิ” คูฮอนรีบบอก

“จะขัดขวางยังไง โดยังก็ไม่ได้อยากได้ตำแหน่ง ผอ.เหมือนก่อน เฮ้อ ถ้ามันจำเป็น ข้าคงต้องรับตำแหน่ง ผอ.แทน”

“นี่เจอุ๊ก อย่างเจ้าน่ะ มีปัญญารึไงหา?” ผู้จัดการโอหน้าเครียด

“ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยงั้นเอง”

“เหอะ ๆ ผู้จัดการโอพูดอย่างนั้นมันก็เกินไป นี่ตกลงท่านอยู่ข้างใครกันแน่เนี่ย”

“ข้ายังจะอยู่ข้างใครได้ล่ะ แต่ถ้าจะมีข้างจริงแต่ไหนแต่ไรมา ข้าก็ยืนอยู่ข้างความถูกต้องเท่านั้น” ผู้จัดการโอพูดไม่เต็มเสียงนัก

“เฮ้อ อากาศอุ่นขึ้นแล้ว สงสัยว่า ความถูกต้องมันคงแข็งตายอยู่ที่ไหนสักที่แน่” คูฮอนพูดแดกดัน

หมอเฮรอนนอนหลับพักไปได้ครู่เดียว พอตื่นขึ้นมาก็เตรียมจะทำงานอีก

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 34/5

“อ้อ ตอนนี้ อยู่ที่โรงแรมแล้วครับ เรามี การ์ดหญิงคอยคุมคุณอยู่ภายในห้อง นอกห้องก็มีการ์ดผู้ชาย”

“อืม ดีมาก”

“แม้กระนั้น เราควรจะจัดการเบ๊กโดยังเลยมั้ย?” คิมโทนถาม

“ใช่ เจ้าหมอนั่นรู้เรื่องมากเกินไป” วาตานาเบ้แสยะยิ้ม

“แต่ ถ้านาโอโกะรู้ จะเป็นปัญหารึเปล่าคะ? เพราะ…อาจจะทำให้หล่อนฆ่าตัวตายอีกก็ได้” ซูซูกิให้ความเห็น

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องไปคิด แม้กระนั้นถ้าหากนาโอโกะตายไป ก็เหมือนอยู่ในความดูแลของเรานะ แต่ถ้าจะถามว่าใครควรรับผิดชอบ คงต้องโทษท่านรัฐมนตรี ที่เลี้ยงคุณมาผิด ๆ เอง”

“ถูกต้องแล้วค่ะ ท่าน ผอ.”

วาตานาเบ้และซูซูกิเตรียมออกไปข้างนอก คิมโทนเห็นเข้าก็ถาม “แต่ ท่านจะไปไหนเหรอครับ?”

“อืม คือผมกับซูซูกิ…จะออกไปพบเพื่อให้นเก่าคนนึง”

วาตานาเบ้และซูซูกิมาที่กักขังและทรมานล่ามยู เพื่อให้ดูความก้าวหน้า แต่ล่ามยูยังไม่เปิดปาก วาตานาเบ้จึงให้ทรมานล่ามยูต่อไป

“วันนี้ผมจำเป็นจะต้องทำให้มันยอมรับสารภาพออกมาให้ได้ว่า พระราชาโชซอนอยู่เบื้องหน้าการซ่องสุมกำลังในคราวนี้”

“เค้าต้องรับสารภาพแน่ๆค่ะ เค้าต้องรับออกมาหมด โดยไม่ต้องถามเลยละ” ซูซูกิและวาตานาเบ้ยิ้มสะใจ

“เริ่มได้เลย” ทหารญี่ปุ่นเริ่มทรมานล่ามยูอีกรอบ ล่ามยูร้องออกมาอย่างเจ็บปวด “ยอมรับมาดียิ่งกว่า ยิ่งยืดเยื้อเท่าไหร่ เจ้าก็ยิ่งทรมานเท่านั้น”

“ใต้เท้ายู ผมพูดในฐานะเพื่อให้นเก่านะ อย่าฝืนไปเลยครับ มันทรมานมากนะ” วาตานาเบ้พูดขู่

“เจ้าซ่องสุมกำลังทหารเพราะได้รับคำสั่งจากพระราชาใช่มั้ย?” ทหารญี่ปุ่นพยายามจะให้ล่ามยูยอมรับให้ได้

“หึ ๆ ๆ เราโต ๆ กันแล้ว ยังต้องมารับคำสั่งจากใครอีก อย่าทรมานให้เสียเวลาเลย มันป้ายความผิดกันชัด ๆ ยอมปล่อยข้าไปเถอะ”

ล่ามยูร้องขอความเห็นอกเห็นใจ แต่ทหารญี่ปุ่นไม่ละมือ ยังทรมานต่อไป ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน เจ็บปวดของล่ามยู

หมออัลเลนมาพบทูตญี่ปุ่นในฐานะทูตของอเมริกัน เรื่องที่ล่ามยูถูกจับกุมมาโดยไร้หลักฐาน

“แต่ใต้เท้ายู ไม่ใช่คนที่จะทำอย่างที่พวกคุณคิดนะ”

“เดี๋ยวพอไต่สวนดู ก็จะรู้เอง”

“คุณจับประชาชนชาติอื่นไปโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้นะ ไม่งั้นมันจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศได้ ใต้เท้ายูมีเพื่อให้นอยู่ในสถานทูตของประเทศต่าง ๆ ถ้าพวกนั้น รวมตัวกันเพื่อให้เรียกร้องเรื่องนี้ กับนานาชาติแล้ว ญี่ปุ่นจะอยู่ใต้ความกดดัน” อัลเลนบอก

“ท่านทูตอัลเลน สัญญาที่มีอยู่เพื่อให้ตกลงว่าญี่ปุ่นและอเมริกาจะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันใช่มั้ย? อย่าเผ่านายุ่งกับเรื่องของเราเลย ท่านคิดว่าจะเดินออกไปดี ๆ หรือว่าจะถูกลากไปเหมือนสุนัข” ทูตญี่ปุ่นกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า

“ว่ายังไงนะ?” อัลเลนโกรธจัด

ขณะนั้นทูตญี่ปุ่นได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าว “ฮัลโหล ไฮ้ ๆ อะไรนะ ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านรู้เรื่องที่ พระราชาโกจงส่งทูตลับไปกรุงเฮกใช่มั้ย เค้าพยายามจะหาทางทำลายสนธิสัญญาอูลซา หึ แต่ได้ยินว่าถูกไล่กลับมา”

ก่อนหน้านี้ พระเจ้าโกจงและล่ามยูต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คนที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำกองกำลังกู้ชาติคือ ฮวางจอง

“ท่านราชเลขาไป ทำการแต่งตั้งเขาได้แล้ว ต้องด่วนที่สุดด้วย” พระเจ้าโกจงตรัส

“ฝ่าบาท แต่คนผู้นั้น ยังไม่ทันได้เตรียมตัวพ่ะย่ะค่ะ เช่นนี้จะกะทันหันไปรึเปล่า?” ขุนนางเอ่ยขึ้น

“ไม่หรอก ข้าความรู้สึกว่ามันช้าเกินไปด้วยซ้ำ นึกไม่ถึงว่าล่ามยูจะถูกจับไปเร็วอย่างงี้ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้าเอง” พระเจ้าโกจงตรัสอย่างคาดไม่ถึงว่าล่ามยูถูกจับกุม และขุนนางไปแจ้งข่าวกับฮวางจอง

ขุนนางเดินทางมาที่เจจุงวอนเพื่อให้พบกับฮวางจอง

“มีอะไรหรือครับ?” ฮวางจองถามอย่างแปลกใจ

“อ้อ ตอนแรกจะเรียกเจ้าเข้าวัง แต่…เดี๋ยวนี้หูตามันมากเหลือเกิน”

“ท่านมาก็ดีแล้ว ทหารญี่ปุ่นมาตรวจค้นที่นี่ครั้งนึง แต่พอไม่พบอะไรจึงไม่ได้สนใจอีก”ฮวางจองบอก

“ถึงข้าจะไม่อยากพูดเช่นนี้ แต่…ล่ามยูอาจจะไม่ได้ถูกปล่อยตัวออกมาง่าย ๆ”

“ครับ ข้าเข้าใจดี”

“ดังนั้นภายหลังที่ ใต้เท้ายูถูกพวกญี่ปุ่นจับตัวไป ข้าจึงอยากให้เจ้ามารับหน้าที่ของ…ผู้นำกองกำลังต่อไป” ขุนนางบอก

อารัง ภูตสาวรักนิรันดร์ ตอนที่ 3/1

ในตอนนี้อึนโอเริ่มหวั่นไหวและมีใจให้ผีสาวอารัง ทั้งยังคอยปกป้องคุณ ด้านอารังซึ่งอยากรู้มาโดยตลอดว่าตนเองตายยังไง ก็ได้พบศพตัวเองในสภาพอันน่าเวทนา ทำให้รู้สึกน้อยใจวาสนาที่พบเจอแต่เรื่องรันทดทั้งตอนเป็นผีและเป็นมนุษย์ อารังจึงคิดหาวิธีเข้าพบท่านมหาเทพ

เนื้อหา:

อารังเรียกอึนโอ (ว่า "ซาโต้" หรือในที่นี้ใช้คำว่า "นายอำเภอ")  แล้วยื่นหน้าเข้าไปหา อึนโอหลับตาเมื่อริมฝีปากของอารังค่อยๆ ขยับเผ่านาใกล้ ขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกัน อึนโอก็ตื่นจากความฝันเสียก่อน 

เช้าวันรุ่งขึ้น อึนโอวานโดลแซให้นำจดหมายนัดพบไปมอบให้บุตรชายใต้เท้าเช (จูวอล) โดลแซจึงถือโอกาสถามว่าอึนโอจะสวมบทนายอำเภอที่เมืองนี้ไปอีกนานสักมากแค่ไหน อึนโอทำหน้ารำคาญแล้ววางมาดเข้มก่อนบอกว่าคงอีกไม่นาน

ท่านมหาเทพและมัจจุราช นั่งตกปลาบนสรวงสวรรค์ในยามบ่าย มหาเทพมองหน้ามัจจุราชแล้วถามแทงใจดำว่า "ทำไมใบหน้าของท่านถึงเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แถมยังมีตีนกาเพิ่มขึ้นอีก" มัจจุราชมองหน้ามหาเทพแบบเซ็งๆ แล้วถามว่า "นี่ท่านไม่รู้จริงๆ หรือ" มัจจุราชอธิบายว่าเป็นเพราะนับวันจำนวนผีเจ้าปัญหามีแต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตนมีแต่เรื่องปวดหัว คนตายดันไปเร่ร่อนวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ ส่วนคนเป็นก็หลงมาอยู่ในโลกนี้ (โลกหลังความตาย) จากนั้นก็บ่นต่อว่า "เรื่องแค่นี้มันยากนักรึไง ทำไมผีพวกนั้นถึงไม่ยอมเข้าใจ"

ท่านมหาเทพแนะมัจจุราชว่า อย่ายึดติดหรือเคร่งครัดในเรื่องกฏระเบียบปฏิบัติมากเกินไป ควรพิจารณาเหตุผลและที่มาของเหล่าผีเป็นรายตน มัจจุราชแย้งว่า เพราะคิดอย่างนี้ท่านมหาเทพและตนถึงได้มีแต่เรื่องปวดหัว ไหนจะเรื่องผีเจ้าปัญหาที่ไปเตร็ดเตร่เร่ร่อนอยู่บนโลกมนุษย์ แล้วยังมีเหล่าวิญญาณที่หายตัวไปนานนับสี่ร้อยปีอีก

ท่านมหาเทพตบแขนมัจจุราชเบาๆ เหมือนเป็นการปลอบใจ และกล่าวว่าตนเองก็รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเช่นกัน มัจจุราชถาม ท่านมหาเทพเคยให้คำมั่นว่าจะลงไปยังโลกมนุษย์ เพื่อให้แก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง แล้วทำไมป่านนี้เรื่องดังกล่าวข้างต้นถึงยังไม่คลี่คลาย เมื่อเห็นมัจจุราชร้อนใจ มหาเทพจึงกล่าวแทงใจดำอีกรอบว่า สาเหตุที่มัจจุราชแก่ก่อนวัยอันควรเป็นเพราะใจร้อน ดังนั้น ขอให้อดทนรอต่อไป มัจจุราชจึงยื่นคำขาดว่า ถ้าวิธีแก้ปัญหาของท่านมหาเทพใช้ไม่ได้ผล ตนจะยุติปัญหาทั้งหมดด้วยวิธีการของตนเอง

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 4/10

ชเวยองลุกขึ้นนั่งเมื่อฟื้นและถามหมอหลวงชางบินว่าตนหมดสติไปนานเพียงใด หมอหลวงชางบินตอบว่า ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากเป็นลม ชเวยองแย้งว่า "ข้าไม่ได้เป็นลม" หมอหลวงชางบินรู้ว่าชเวยองต้องการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจึงพูดแกมหยอกว่า "ไม่มีใครรู้ว่าท่านหมดสติแต่ไม่ได้เป็นลม นอกจากโทกี ข้า และคนที่นั่งอยู่ที่ตรงนั้น"  ชเวยองหันไปมองทางด้านหลังและพบว่าอึนซูกำลังนั่งมองอยู่ คุณบอกชเวยองว่า เพราะแผลผ่าตัดอักเสบติดเชื้อเลยทำให้เขามีไข้  คุณถามหมอหลวงชางบินว่า หญ้านั่นมีสรรพคุณเหมือนยาปฏิชีวนะจริงๆ หรือ  หมอหลวงชางบินตอบว่า "ข้านึกว่าท่านจะเลิกถามแล้วซะอีก" อึนซูจึงออกตัวว่าคุณไม่คุ้นเคยกับการรักษาด้วยยาสมุนไพร

หมอหลวงชางบินบอกชเวยองให้รอสักครู่ แล้วขอตัวไปหยิบยามาให้  เมื่อหมอชางบินเดินออกไปแล้ว อึนซูก็หยิบเสื้อคลุมมาส่งให้ชเวยองแล้วกล่าวชมว่า กล้ามเนื้อท้องของเขาสวยงามและเฟิร์มมากๆ ตอนที่คุณผ่าตัดช่องท้องของเขา คุณแอบกลัวว่าอวัยวะอื่นๆ อาจได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่มีเพียงตับเท่านั้นที่เสียหาย และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะกล้ามเนื้ออันแกร่งและสวยงามของชเวยอง จากนั้นก็ถามว่า "นายชื่อชเวยองใช่ไหม ในโครยอไม่มีคนอื่นที่ชื่อชเวยองอีกแล้วใช่หรือเปล่า" ชเวยองกำลังง่วนอยู่กับการใส่เสื้อผ้าเลยขี้เกียจตอบ อึนซูจึงบอกชเวยองว่า อีกหน่อยเขาจะได้เป็นแม่ทัพ ดังนั้น แม่ทัพชเวยองจึงต้องมีชีวิตอยู่ไป เพราะเป็นทางเดียวที่เขาจะสามารถปกป้องโครยอ และถูกจารึกชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์

ชเวยองชักเริ่มสนใจเลยหันมาถามว่า ผู้คนบนสวรรค์สามารถหยั่งรู้อนาคตได้จริงหรือ อึนซูตอบว่า คุณไม่ได้มาจากสวรรค์แต่มาจากอนาคต คุณจึงกลัวว่าหากชเวยองตายด้วยน้ำมือคุณ ประวัติศาสตร์ก็จะถูกบิดเบือน คุณไม่อยากให้เป็นเหมือนในหนัง ทันใดนั้น ชเวยองก็ความรู้สึกว่ามีผู้บุกรุก ไม่นานก็มีคนปาระเบิดควันเผ่านาในห้อง เขาจึงพาอึนซูไปหลบอยู่ด้านหลังเตียงคนไข้แล้วกดหัวคุณลง เมื่อมองไปทางด้านนอกเขาก็พบฮวา ซูอิน ยืนถือระเบิดควันพลางจ้องหน้าเขาอย่างท้าทาย ชเวยองหันไปมองดาบคู่กาย แต่กลับพบว่าอยู่ไกลเกินเอื้อมถึง

เมื่อหมอหลวงชางบินเปิดประตูเผ่านา ฮวา ซูอินก็ปาระเบิดควันใส่ ชเวยองจึงตรงเข้าไปหยิบดาบแล้วออกไล่ล่าคุณทันที หมอหลวงชางบินเห็นอึนซูนั่งเอามือกุมหัวอยู่ข้างเตียงจึงรีบเข้าไปสำรวจ (ด้วยการจับตัวคุณโยกไปมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก) ว่าอึนซูได้รับบาดเจ็บไหม เมื่อได้ยินเสียงโทกีเปิดประตู อึนซูก็สติแตกและโผเข้าหาหมอหลวงชางบินทันที หมอหลวงชางบินได้แต่นั่งนิ่งให้อึนซูกอดโดยไม่ได้กอดคุณกลับ แต่ภาพที่โทกีเห็นไม่ได้เป็นเช่นนั้น คุณจึงได้แต่ยืนมองด้วยความตกตะลึง (หากมองจากมุมของคุณจะแลดูเหมือนทั้งคู่กำลังกอดกันกลม)

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 9/11

อึนซูถอดเสื้อคลุมของคีชอลออกอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปที่ประตูหน้า เมื่อถูกเหล่าทหารยามขวาง คุณก็ยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วเตือนว่า "ชั้นคือหมอที่มาจากสวรรค์" เมื่อคิดว่าเหล่าทหารยามยังไม่ยอมเปิดทางให้แต่โดยดี อึนซูก็ใช้กระเป๋าใบโปรดฟาดไปรอบๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้าพวกนายกล้าก็ลองแทงชั้นดูสิ ไม่กลัวถูกสวรรค์ลงโทษกันเลยใช่ไหม" อึมจาพาคีชอลมาดูอึนซูอาละวาดใส่ทหารยาม คีชอลเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปถามอึนซูว่าจะไปไหน อึนซูกำลังหงุดหงิดเลยเหวี่ยงใส่คีชอลว่า "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย" คีชอลเตือนอึนซูอย่างใจเย็นว่า ตอนนี้คุณเป็นคนของเขาแล้ว พระเจ้าคงมินทรงยกคุณให้กับเขา  แต่อึนซูไม่ยอมรับเรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงบอกว่า "ชั้นไม่ใช่คนที่จะยอมยกตัวเองให้ใคร และที่สำคัญชั้นก็มาจากสวรรค์ (คีชอลยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินอึนซูย้ำว่าคุณมาจากสวรรค์) จำใส่ใจเอาไว้ซะด้วย และจากนั้นก็หลีกไป"

คีชอลกล่าวว่า "ดาบที่เหล่าทหารถืออยู่ในมือคมมาก ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บ" อึนซูสวนว่า "อยากทำอะไรก็เชิญ ไม่ว่าจะแทงหรือจะหั่นชั้นก็ตามสบาย" พูดจบอึนซูก็เดินตรงไปที่ประตู คีชอลคว้าข้อมืออึนซูไว้แล้วถามว่า อยากให้เขาล่ามโซ่ที่ข้อมือแล้วขังคุณไว้ในห้องงั้นหรือ  อึนซูถามกลับว่า "คิด จะทรมานชั้นงั้นเหรอ แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าอนาคตเรื่องไหนจริง เรื่องไหนโกหก ชั้นจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่และใครที่ชั้นจะเล่าเรื่องอนาคตให้ฟัง จนกว่าจะถึงวันนั้นคุณไม่คิดที่จะเอาใจชั้นบ้างเลยหรือไง" คีชอลปล่อยมืออึนซูแล้วกล่าวว่าความอดทนของเขาหมดลงเพียงเท่านี้ จากนั้นก็สั่งให้ลูกน้องลากตัวคุณเข้าบ้าน 

ชเวซังกุงบุกไปหาคีชอลที่บ้านโดยบอกว่า บาดแผลที่พระมเหสีได้รับระหว่างเดินทางมาโครยอเกิดติดเชื้อ ทำให้พระมเหสีมีอาการไม่สู้ดีนัก คุณจึงมาอ้อนวอนจาก 'ท่านหมอที่อยู่ในบ้านของเขา'  เพราะบาดแผลนั่นได้รับการรักษาจากหมอที่มีความสามารถขั้นเทพ หมอคนอื่นจึงไม่อาจเยียวยาอาการบาดเจ็บของพระมเหสีได้ ชเวซังกุงร้องอ้อนวอนจากคีชอล โดยพูดหว่านล้อมว่า "เราได้ยินว่าท่านหมอได้มอบหัวใจให้คุณแล้ว เป็นความจริงหรือเปล่าเจ้าคะ"  เมื่อคีชอลการันตีว่าเป็นเรื่องจริง ชเวซังกุงก็บอกว่า และนี่ก็คือเหตุผลที่คุณมาวิงวอนจากเขา (แทนที่จะไปขอร้องอึนซูโดยตรง)

เรื่องย่อสางนางพราย 14

ในวันที่เมธาวลัยต้องนั่งเรือไปยังเมืองของเจ้าชายศรีเทพ ภาคิไนยขอตามไปส่งด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเรือแล่นออก เมธาวดีก็กลับคำสัญญาที่ให้ไว้ คุณยังคงทำพิธีบูชายันต์สังเวยหัวใจมนุษย์เช่นเดิม เป็นเหตุให้ฟ้าพิโรธจนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น เมธาวลัยที่อยู่ในเรือเห็นเมธาวดีวิ่งหนีมาที่ฝั่งแล้วตะโกนขอร้องให้ช่วย ภาคิไนยพยายามห้าม แต่เมธาวลัยทิ้งพี่สาวไม่ได้ จึงย้อนกลับไปรับขึ้นเรือมาด้วย เรือแล่นออกจากฝั่งไปพร้อมภาพมหานครที่ล่มสลายไปต่อหน้า เมธาวดีรอดมาได้ คุณโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะเมธาวลัยที่เป็นตัวกาลกิณีทำให้เมืองวิบัติฉิบหาย และจะฆ่าเมธาวลัยด้วยการผลักตกสมุทร ภาคิไนยปกป้องเมธาวลัย เมธาวดีโกรธแค้นที่ไม่มีใครรักคุณ จึงเอามีดแทงเมธาวลัยต่อหน้าภาคิไนย คุณเริ่มคลุ้มคลั่งคิดจะฆ่าทุกคนให้ตายเป็นผีเฝ้าสมุทร แต่ทันใดนั้นฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาทำให้เรือเกิดการโคลงอย่างร้ายแรงก่อนจะค่อย ๆ แยกออกจากกัน ภาคิไนยตัดสินใจยอมตายไปกับเรือและร่างของเมธาวลัย เมธาวดีอยู่ฝั่งหัวเรือเพียงคนเดียว คุณวิ่งไปเกาะที่หัวเรือพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดตะโกนขอให้คนช่วยแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ ร่างของเมธาวดีจมลงใต้สมุทร ถูกหีบสมบัติที่คุณหวงแหนกดทับร่างไว้จนหนีไม่ได้ ก่อนตายเมธาวดีสาปแช่งทุกคนที่ทำให้คุณเจ็บปวดว่าจะกลับมาเอาคืน และถ้ามีใครคิดจะช่วงชิงของที่เป็นของคุณพวกนั้นก็จำเป็นต้องตาย

          ประสุต เมธาวลัย รู้ความจริงทั้งหมดก็ขอร้องให้เมธาวดีปล่อยวาง แต่เมธาวดีไม่ยอม ประสุตขอสละชีวิตตัวเองเป็นการไถ่โทษ โดยมีข้อแม้ว่าเมธาวลัยต้องปลอดภัย เมธาวดียิ่งโกรธแค้น พุ่งเผ่านาจะฆ่าทั้งประสุตและเมธาวลัย แต่จู่ ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่กลางตัวเมธาวดี ก่อนที่แผ่นดินจะล่มสลายซ้ำรอยอดีตอีกรอบแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง เมธาวลัย ประสุต ปกรณ์ฟื้นขึ้นมาอีกทีที่ชายหาด ไม่มีวี่แววของเจ้าหญิงเมธาวดีอีกต่อไป ลุงบวบ และมรุตตามมาเจอทุกคนแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที

          หลังจากประสุตรักษาตัวจนหายดีก็ตัดสินใจบวชเพื่อให้อุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเมธาวดีที่วัดเมธาลัยซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามความปรารถนาของเจ้าหญิงเมธาวลัย เขาจึงไม่ได้ไปเยี่ยมเมธาวลัยที่โรงพยาบาล เมื่อคุณทราบข่าวจึงกลับไปทำงานของตนเพื่อให้ดำเนินการเรื่องประกาศให้ที่ดินเมืองเมธานครเปลี่ยนเป็นโบราณสถานเพื่อให้ทำการสำรวจ ไม่นานพอประสุตสึกออกมา เมธาวลัยออกตามหาเขา ทั้งสองได้พบกันอีกที ประสุตขอโทษเมธาวลัยที่ไม่ได้มาเจอคุณ เมธาวลัยเข้าใจสิ่งที่ประสุตทำ ประสุตยอมรับสารภาพรักกับเมธาวลัยและขอเป็นคนดูแลคุณไปตลอดชีวิต เมธาวลัยตอบตกลง หลังจากนี้ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบายและส่งต่อเรื่องราวของเมธานครออกไปเพื่อให้ให้คนภายนอกและตัวคุณไม่ลืมว่าเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทั้งเมธานคร หรือแม้แต่แม่ย่านางที่ชื่อ…เมธาวดี ติดตามชมละคร สางนางพราย ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.40 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27

เรื่องย่อสามีตีตรา 4

ความเจ็บช้ำซ้ำ ๆ รังแกหัวใจกะรัต จนในที่สุด คุณก็ประกาศขอหย่าจากพิศุทธิ์! เนื้อแพรที่รู้ว่าลูกยังรักกะรัตมาก พยายามมาไกล่เกลี่ยอ้างว่า ไม่อยากให้กะรัตต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกของกะรัตในยามนี้ แตกแยกเกินกว่าจะต่อติดเสียแล้ว เมื่อพิศุทธิ์ตามมาปรับวามรู้ความเข้าใจครั้งสุดท้าย คำพูดจากกะรัตที่รังควานจิตใจเขาให้ยับเยิน ไม่ต่างกันคือการเผยใจจากกะรัตว่าไม่เคยรักเขาเลย ที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงคนที่คุณแต่งงานด้วยเพื่อให้รักษาหน้าแค่นั้นพิศุทธิ์เสียใจมาก…จึงตกลงใจยอมหย่าให้กะรัตแต่โดยดี

          หลังจากการหย่า พิศุทธิ์ก็แสดงความรับผิดชอบโดยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กะรัตด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดแทบจะไม่พอค่ารองเท้าของกะรัตด้วยช้ำ และยังคำเตือนของบัญชา คำพูดของเนื้อแพร และพฤติกรรมของพิศุทธิ์ ที่คุณได้รับฟังจากทั้งกันตาและกุนตีว่า ไม่เคยเห็นพิศุทธิ์ไปมาหาสู่สายน้ำผึ้งเลยทำให้กะรัตเริ่มใจแกว่ง แต่ความที่ยังปล่อยให้ทิฐิครอบงำจิตใจแน่นหนา กะรัตจึงไม่แม้แต่จะยอมรับความจริงว่าตัวเองตัดสินใจพลาดไป ยังเดินหน้าทำท่ามั่นใจ ทุกครั้งที่ได้พบกับพิศุทธิ์ก็จะเชิดใส่ ทำเหมือนไม่เสียใจ แต่พอกลับมาอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องเสียน้ำตา จนแม้กระทั่งนวลยังอดไม่ไหว กล้าฝ่าด่านฝ่ามืออรหันต์ เอ่ยเตือนว่ากะรัตกำลังเป็นเหยื่อของสายน้ำผึ้ง กันตาที่ทนเห็นพี่สาวหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว เริ่มตามจับตาดูพฤติกรรมของสายน้ำผึ้ง แล้วในที่สุด กันตาก็ได้รู้ความจริงว่า สายน้ำผึ้งมีความเชื่อมโยงลับ ๆ กับ ศิวา กันตาแม้จะเสียใจ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ถือเรื่องสิทธิสตรีเป็นใหญ่ กอปรกับนิสัยที่รักตัวเองเกินกว่าจะยอมฟูมฟายกับเรื่องแบบงี้ กันตาจึงร้องไห้เพียงครั้งเดียวให้กับผู้ชายทรยศ

          กะรัตเสียใจมากที่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดพิศุทธิ์มาตลอด กระทั่งบัญชาและกุนตีต่างเตือนให้กะรัตถอดวางทิฐิ แต่กะรัตกลับตอบในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างกะรัต…กะรัตบอกว่า คุณพึ่งรู้สึกตัวว่าคุณรักพิศุทธิ์มาก…เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์เสียจนคุณไม่อาจจะดึงพิศุทธิ์ให้มาจมอยู่กับผู้หญิงผิดพลาดอย่างคุณได้อีก… แล้วจากนั้นกะรัตก็ลาทุกคนไปยังบ้านพักชายสมุทร… เพื่อให้ระลึกถึงฉากรักที่คุณกับพิศุทธิ์เคยมีต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย

สะใภ้พญายม 4

ต่อมาตำลึงในร่างของหนูหริ่งแต่งงานกับณุดนัย ในคืนส่งตัวเข้าหอ ตำลึงแกล้งทำเป็นป่วยกะทันหัน แล้วไล่ณุดนัยไปนอนอีกห้อง แต่เขาขอนอนพื้นเพื่อให้ดูแลคุณ ท่านพญายมจึงใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้ณุดนัยหลับก่อนทุกคืน แถมกำชับตำลึงว่าห้ามใจอ่อนเป็นอันขาด เพราะณุดนัยเป็นคู่ของหนูหริ่ง

ฝั่งบางคลองแก้วเอราวัตรตัดสินใจบอกเลิกสัญญาก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรที่มีมูลค่ามหาศาลกับเสี่ยเชน หงส์แดง หงส์ดำ ลูกน้องของเสี่ยเชนให้ชายขี้ยาในชุมชนชื่อ แม้น (ศรีหลอด สีใส) แอบเอายาบ้าไปซุกไว้ในบ้านของแจ็คและเบิ้ม พอตำรวจมาเจอ ทั้งคู่จึงโดนจับ แม้นยังประกาศว่าที่สองคนนั้นโดนจับเพราะตำลึงเป็นคนสั่งให้ไปค้ายา ทำให้ตำลึงและครอบครัวโดนไล่ออกไปจากชุมชน เอราวัตรได้ยินเสียงในใจแม้นที่แอบหัวเราะเยาะตำลึง เขาจึงพูดบอกให้หนูหริ่ง หนูหริ่งในร่างของตำลึงเลยให้สุวาลย์เสกภาพให้แม้นเห็นในกรรมที่เคยก่อ และสภาพว่าต้องไปเจออะไรที่อยู่ในนรก แม้นกลัว จึงเข้าไปรับสารภาพกับตำรวจ

คุณหญิงศรีประภามีหรือจะอยู่เฉย จัดการนัดให้ ปรีวดี (เกล – วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา) บุตรสาวเสี่ยเชนไปกินข้าวสองต่อสองกับณุดนัย แล้วแอบถ่ายรูปมาให้หนูหริ่งดูเพื่อให้ให้หึงและโกรธณุดนัย ตำลึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ระหว่างที่ณุดนัยได้ใกล้ชิดกับตำลึงในร่างของหนูหริ่ง ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ เพราะหนูหริ่ง เปลี่ยนเป็นคนคุยสนุกเข้ากันได้ดี

ท่านพญายมสั่งสุวรรณกับสุวาลย์ให้ช่วยกันทำให้ตำลึง หนูหริ่ง ณุดนัย และเอราวัตรได้มาพบกันเพื่อให้ให้ได้สลับคู่กันเหมือนเดิม ท่านพญายมลงทุนปลอมตัวมาสร้างสภาวะให้ณุดนัยรักหนูหริ่งตัวจริง และเอราวัตรรักตำลึงตัวจริงให้ได้ แต่เปลี่ยนเป็นว่า ยิ่งทำให้ตำลึงรักณุดนัยมากขึ้น และหนูหริ่งก็รักเอราวัตรมากขึ้นเช่นกัน

ที่กรุงเทพฯ พลตรีพินิจ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) พ่อของณุดนัย ถูกสั่งย้าย เพราะมีคนฟ้องว่าพัวพันการฮั้วประมูลซื้ออาวุธสงคราม ตำลึงในร่างของหนูหริ่งเชื่อว่าพลตรีพินิจ ไม่ได้ทำแน่ๆ คุณจึงให้สุวรรณช่วยพาคุณสืบค้นหาความ โชคดีของคุณบวกกับการช่วยเหลือของสุวรรณ ทำให้ตำลึงสามารถแอบอัดเสียงพร้อมคลิปของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ให้ร้ายป้ายสีความผิดให้พลตรีพินิจได้เป็นหลักฐาน

หลังจากนั้น การสืบสวนก็ได้พาดพิงถึงเสี่ยเชน พอเสี่ยเชนรู้จึงสั่งให้ลูกน้องไปเผาชุมชน เอราวัตรไปตามราษฎรมาช่วยกันดับไฟได้ทัน และเขายังเผ่านาช่วยครอบครัวของตำลึงโดยพาไปพักที่บ้านของตนชั่วคราว หนูหริ่งซึ้งในน้ำใจของชายชายหนุ่มมากขึ้น จนแปลงเป็นความรักโดยไม่รู้สึกตัว

บ้านนอกเข้ากรุง 1

ดาวนิลเข้าไปร่วมวงกับชอบเซิ้งบนเวที แขกที่มาในงานชอบใจกันใหญ่เดือนจะเป็นลม เชยพิมานมาดักรอนางในฝันมาเจอดาวนิลตัวดำจนความเกือบแตก แต่ฟ้าลั่นเผ่านาแก้สภาพการณ์ได้ทัน เดือนกับดาวเห็นรูปที่ดาวนิลเขียนจนสกปรกก็โกรธ ต่อว่าพาดพิงไปถึงย่าของดาวนิล ดาวนิลโกรธจะเอาคืนดาวรายห้ามไว้ และบอกให้ดาวนิลทำขนมขายให้…

รายชื่อดาราหนังในละครเรื่อง บ้านนอกเข้ากรุง
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์
หม่อมหลวงเชยพิมาน/แจ็ค ชายชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้สืบสกุลที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ หม่อม เจ้าทิพยา และ หลานตาของ “ชอบ” เศรษฐีชาวไร่ผู้มีอันจะกินในโคราช ขยันขันแข็ง เป็นผู้ใหญ่ และที่สำคัญกตัญญูกับตามาก ตาไม่ให้ไปกรุงเทพก็อดทนเก็บความเอ้าท์เอาไว้เพื่อให้ตามาแสนนาน จนกระทั่งมีเหตุต้องมารับมรดก จึงไปสู่กรุงเทพในฐานะของพี่เลี้ยงของหม่อมหลวงเชยพิมานตัวปลอม ที่ปลอมตัวโดย ทรงกลด ลูกพี่ลูกน้องตัวดี ที่ขยันก่อปัญหาให้เชยพิมานแก้เป็นกิจวัตรประจำวัน!!! และที่กรุงเทพฯนั่นเอง เชยพิมานยังเพิ่ม

ณปภา ตันตระกูล
ดาวนิล เด็กสาววัย 20 นิสัยแสนซน ทโมน ปากไว ใจร้อน แถมบู๊สะบัด จัดไม่เลี้ยงถ้า ใครมาหาเรื่องก่อน ดาวนิลถูกเลี้ยงมาในไร่ลำใย ทำให้รักอิสระ และเป็นตัวของ ตัวเองมาก แต่เมื่อพ่อกับแม่ตายไปเพราะโจรตัดไม้ที่ดาวนิลแจ้งตำรวจจับมาแก้ แค้น หญิงสาวเลยต้องระเห็จไปอยู่กับ “ย่าเดือน” พี่สาวของย่าดาว ย่าแท้ๆของ คุณ ที่เกลียดย่าคุณยิ่งกว่าหมาเกลียดเห็บเพราะว่ามาแย่งสามีไป ดาวนิลยอมเก็บ เขี้ยวเล็บลงบ้าง(นี๊สนึง) เพื่อให้จะขออโหสิกรรมจากย่าเดือนตามคำขอก่อนตายของพ่อ

ธนา ฉัตรบริรักษ์
ทรงกลด (หรั่ง) เครือญาติผู้น้องข้างแม่ของเชยพิมาน อายุ 22 ปี นิสัยเป็นเด็ก ขี้เล่น เจ้ายก้กะล่อนเอาใจ คนเก่งและพยายามจะเท่ห์แต่เอาจริงแล้วเสี่ยวขั้นเทพเพราะไม่เคยได้อัพเทรนด์ที่กรุงเทพอย่างใครเขา อยากอยู่กรุงเทพฯใจจะขาด จนวันหนึ่งก็สมหวังเมื่อต้องสวมหน้าที่เป็นหม่อมหลวงเชยพิมานตัวปลอมแทนพี่ ทำให้ต่อมความเจ้ายก้ยิ่งเบ่งบาน ดาวราย หลานสาวสวยดึงดูดใจแห่งบ้าน สุศักดิ์เผ่านาเคาะประตูหัวใจ แถมยังจิกกัดหวั่นไหวแปลกๆกับดาวรุ่ง พี่สาวของดาวราย ไปๆมาๆ ยังไปตกหลุมรัก ดาวนิล เด็กคนใช้

ใต้เงาจันทร์

พบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม

ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน

เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น

อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง