Home » ดูหนังใหม่ออนไลน์ » ข้ามมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo)

ข้ามมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo)

"ผ่านมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo)" ดัดแปลงมาจากซีรีย์จีนชื่อดังเรื่อง  "ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ (Scarlet Heart)" ที่ออกอากาศทางหูหนานทีวี เมื่อปี พ.ศ. 2554 เนื้อหากล่าวถึง "โก ฮาจิน" หญิงสาววัย 25 ปี จากศตวรรษที่ 21 ซึ่งเดินทางย้อนเวลาไปยังปี ค.ศ. 941 อันเป็นยุคแรกเริ่มของราชวงศ์โครยอแบบไม่คาดฝัน หลังช่วยเด็กที่กำลังจมน้ำในช่วงที่เกิดสุริยุปราคา พอรู้สึกตัวอีกทีคุณก็พบว่าตนเองอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวโครยอวัย 16 ปี ที่มีชื่อว่า "แฮซู" ซึ่งอาศัยอยู่ที่ตำหนักองค์ชาย 8 และนั่นก็ทำให้คุณได้พบและรู้จักกับเหล่าองค์ชายหลายพระองค์ด้วยกัน

ในตอนแรกคุณเผลอมีใจให้ชายชายหนุ่มที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่าง "องค์ชาย 8" ซึ่งเป็นสามีของลูกพี่ลูกน้องคุณ แต่ภายหลังได้ตกหลุมรักชายชายหนุ่มที่ซ่อนแผลเป็น (ทั้งทางร่างกายและจิตใจ) ของตนไว้ภายใต้หน้ากากอย่าง "องค์ชาย 4" ที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัว กว่าจะรู้สึกตัวคุณก็ตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ห้ำหั่นทางการเมือง และการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ในหมู่องค์ชาย 

เนื้อหาตอนที่ 1

ละครเปิดฉากขึ้นที่เกาหลีในยุคปัจจุบัน "โก ฮาจิน" พาร่างกายและหัวใจอันบอบช้ำมานั่งดื่มโซจูแก้กลุ้มริมน้ำในอุทยานตามลำพัง ครั้นพอเห็นชายเร่รอนจ้องมองขวดโซจูในมือคุณพลางกลืนน้ำลายก่อนส่งยิ้มให้ ฮาจินเลยยื่นขวดโซจูให้ชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้ว จากนั้นก็ถามกึ่งรำพึงรำพันว่า เคยนึกอยากนอนหลับสักร้อยปีพันปีไหม คุณรู้สึกท้อเพราะตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตล้วนย่ำแย่และไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ที่ผ่านมาคุณพยายามปลอบใจตัวเองว่าทุกอย่างจำเป็นจะต้องดีขึ้น แต่และก็มีปัญหาอื่นโผล่มากวนใจอีกจนได้ คุณจึงอยากหลับยาวและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ฮาจินพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าคุณอยากลืมทุกสิ่งแต่กลับลืมไม่ลง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายตัวแสบที่หักอกคุณแล้วทิ้งหนี้ก้อนโตเอาไว้ให้ หรือผู้หญิงทรยศที่หลอกลวงคุณแล้วหนีไปกับผู้ชายตัวแสบ คุณอดเสียใจไม่ได้ที่หลงวางใจพวกเขามาโดยตลอดและเจ็บใจตัวเองที่ไว้ใจคนอื่น คุณหลงคิดว่าถ้าตนเองไม่เปลี่ยน คนที่คุณรักและวางใจก็จะไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่มารู้ทีหลังว่าตนเองคิดผิด ยิ่งพูดฮาจินก็ยิ่งเสียใจ คุณจึงร่ำไห้พลางบ่นว่าชีวิตตนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน หลังนั่งฟังอยู่นานชายเร่รอนจึงบอกฮาจินว่าถึงบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะชีวิตมนุษย์เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามใจปรารถนา หลังจากนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเองว่าบางทีหากคุณตายแล้วฟื้นทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป พูดจบชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน

ขณะพยายามตั้งสติและทำใจให้เข้มแข็ง ฮาจินเห็นเด็กคนหนึ่งพยายามยื่นเท้าลงไปในเรือที่จอดอยู่ริมสะพานไม้ ครั้นพอหันไปมองอีกทีเด็กคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็ตกลงไปในน้ำแล้ว (เด็กใส่เสื้อยกชีพ) ในตอนแรกคุณลังเลที่จะลงไปช่วยเพราะคิดว่ามีนักท่องเที่ยวคนไม่ใช่น้อยอยู่ในรอบๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว  และคิดว่าถึงแม้ตนจะไม่ลงไปช่วยคนอื่นก็ต้องช่วยเด็กอยู่ดี ครั้นพอกวาดตามองไปรอบๆ แล้วพบว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กตกน้ำเลยสักคน คุณเลยวิ่งลงน้ำพลางกรีดร้องด้วยความคับข้องใจว่า "ให้ตายสิ ทำไมต้องเป็นชั้นอยู่เรื่อยเลย?!" 

หลังฮาจินกระโดดลงไปช่วยเด็ก พ่อแม่เด็กถึงได้รู้ว่าลูกของตนกำลังลอยคออยู่ในน้ำ ชายเร่รอนได้ยินเสียงร้องตะโกนจึงลืมตาขึ้นมาดูและพบรองเท้าของฮาจินวางอยู่ตรงหน้า เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าก็พบว่ากำลังจะเกิดสุริยุปราคา พ่อเด็กรีบพายเรือไปรับลูกจากนั้นก็ยื่นมือให้ฮาจินหวังช่วยดึงขึ้นมาบนเรือ ในตอนนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลงเรื่อยๆ ฮาจินจะยื่นมือให้พ่อเด็กแต่แล้วอยู่ๆ คุณก็ตาเบิกกว้างด้วยความสะดุ้งกลัวก่อนถูกอะไรบางสิ่งบางอย่างลากลงไปใต้น้ำ สิ่งสุดท้ายที่ฮาจินเห็นขณะมองขึ้นไปเหนือผิวน้ำคือภาพดวงจันทร์กำลังบดบังดวงอาทิตย์ ในขณะที่ฮาจินกำลังจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์ตอนที่ถูกแฟนหักหลังและถูกกลุ่มเจ้าหนี้วิ่งไล่ตามก็ผุดขึ้นมาในหัวของคุณ หลังเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง (ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง) ทุกอย่างก็มืดมิดลง

ณ เมืองซงอัก (แคซอง) ของโครยอ 

ในขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงอีกรอบหลังเกิดสุริยุปราคาก็ปรากฏภาพชายคนหนึ่งควบม้านำขบวนมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ที่แท้ชายคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วคือ "วังโซ" หรือ "องค์ชายสี่" แห่งโครยอ ซึ่งถูกเหล่าราษฎรขนานนามว่า "หมาป่า" เมื่อเขาควบม้าเผ่านาในตลาด บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโกลาหลเพราะทุกคนต่างรีบวิ่งหนีหรือเปล่าก็พากันหลบหลีกด้วยความหวาดกลัว องค์ชายสี่เห็นแผงขายปิ่นปักผมจึงหยุดมองด้วยความสนใจ

ณ ทามีวอน (สระน้ำสำหรับชำระร่างกายและจิตวิญญาณ) ในวังหลวง

เหล่าองค์ชายต่างมารวมตัวกันที่ทามีวอนเพื่อให้ชำระล้างร่างกายก่อนประกอบพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ (พิธีไล่ส่งปีศาจและสิ่งชั่วร้ายในวังหลวง) คู่หูจอมซน "องค์ชายสิบ (วังอึน)" และ "องค์ชายสิบสี่ (วังจอง)" ลงเล่นน้ำพุร้อนที่บ่อด้านนอกอย่างสนุกสนาน ขณะที่ "องค์ชายสาม (วังโย)" นั่งดื่มน้ำชาริมสระน้ำในตำหนักด้วยใบหน้าเคร่งขรึม "องค์ชายสิบสาม (แพคอา)"  เพิ่งจะมาถึงจึงเดินดูรอบๆ อย่างอารมณ์ดี ส่วน "องค์ชายเก้า (วังวอน)" ออกกำลังกายริมสระก่อนพยายามเบ่งกล้ามอวดองค์ชายสาม   เมื่อนางในคนหนึ่งรินน้ำชาหกรดมือ องค์ชายสามก็เงื้อมือหมายตบสั่งสอน แต่ "องค์ชายแปด (วังอุก)" เผ่านาขัดจังหวะเสียก่อน หลังจากนั้น องค์ชายแปดก็ถามถึงองค์ชายสี่ เพราะถ้าจะร่วมพิธีองค์ชายสี่ต้องมาชำระร่างกายที่นี่กับพวกตน แต่องค์ชายสาม (ซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับองค์ชายสี่) ไม่สนใจว่าองค์ชายสี่จะมาร่วมในพิธีหรือมาอาบน้ำที่นี่ไหม ทั้งยังบอกองค์ชายแปดว่าอย่าใส่ใจในเรื่องนี้ องค์ชายเก้าแย้งว่าองค์ชายแปดมักห่วงใยคนอื่นเสมอ องค์ชายแปดจึงบอกว่าองค์ชายสี่เป็นคนเดียวที่เกิดปีเดียวกับตน อย่างน้อยๆ ตนก็ควรใส่ใจเขาบ้าง

องค์ชายสิบสาม (จริงๆ แล้วองค์ชายสิบสามชื่อ "วังอุก" เหมือนองค์ชายแปด ส่วนชื่อแพคอาถูกตั้งขึ้นในภายหลัง) มองว่าองค์ชายสี่เพิ่งจะมาร่วมพิธีเป็นนัดแรก จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่พระเจ้าแทโจทรงเรียกตัวองค์ชายสี่มาเข้าพิธีในคราวนี้อาจมีจุดหมายบางสิ่งบางอย่าง องค์ชายสิบถามองค์ชายสิบสามว่าได้ยินข่าวลือเรื่ององค์ชายสี่ฆ่าหมู่ขุนนางในเมืองชินจูอย่างโหดเหี้ยมดุจหมาป่าฆ่าคนไหม องค์ชายสิบสามแย้งว่านั่นเป็นเพียงข่าวลือ องค์ชายสิบสี่ (ซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับองค์ชายสี่) กล่าวเสริมว่าองค์ชายสี่จะลงมือเช่นนั้นตามลำพังได้อย่างไร หากทำจริงทหารที่ประจำการอยู่ตรงนั้นคงไม่อยู่เฉยแน่ เรื่องแบบงี้แม้แต่คนที่มีความสามารถสูงส่งยังไม่กล้าเอาตัวเข้าแลก แล้วองค์ชายสี่ที่ไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้จะทำได้เช่นไร องค์ชายสิบเถียงไม่ออกเลยแซวองค์ชายสิบสี่ว่าเขามีมารดาคนเดียวกับองค์ชายสี่ระวังจะกลายร่างเป็นหมาป่าเข้าสักวัน

องค์ชายสามได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธจึงบอกให้องค์ชายสิบหุบปาก ก่อนถามว่าถ้าเช่นนั้นตนก็ไม่ใช่คนอย่างงั้นหรือ องค์ชายแปดไม่อยากให้พี่น้องผิดใจกันจึงบอกองค์ชายสามว่าอย่านำเรื่องนี้มาใส่ใจ องค์ชายสิบแค่ล้อเล่นแรงเกินไปไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แล้วตนจะช่วยอบรมให้เอง องค์ชายสามยอมฟังองค์ชายแปดแต่โดยดี ถึงกระนั้นก็เตือนทุกคนว่าองค์ชายสี่จะกลับเมืองชินจูเมื่อเสร็จพิธี หากใครเอาเรื่องเหลวไหลพวกนี้ไปทูลฝ่าบาท ตนไม่อยู่เฉยแน่ องค์ชายสิบรีบเปลี่ยนเรื่องโดยท้าพี่น้องทุกคนไปแข่งลอยตัวที่บ่อน้ำพุร้อนทางด้านนอก องค์ชายแปดพยายามห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผล องค์ชายสิบสี่จะตามไปแข่งด้วยแต่ถูกองค์ชายแปดห้ามเอาไว้ องค์ชายสิบจึงลอยตัวอยู่ในน้ำพุร้อนคนเดียว

  

ขณะที่องค์ชายสิบกำลังเล่นน้ำ อยู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งทะลึ่งขึ้นมาจากน้ำทางด้านหลัง ปรากฏว่าคุณคือสาวจากศตวรรษที่ 21 "โก ฮาจิน" ซึ่งแต่งตัวแบบสาวชาวโครยอ คุณกวาดตามองไปรอบๆ อย่างอ่อนแรงพลางนึกสงสัยว่าตนเองอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจที่ตัวเองยังไม่ตาย ครั้นพอสองชายหนุ่มสาวหันหน้ามาพบกันต่างคนต่างกรีดร้องด้วยความตกอกตกใจ องค์ชายสิบมองว่ามีผู้หญิงลักลอบเผ่านาในที่ส่วนตัวของพวกตนจึงวิ่งไปฟ้องเหล่าองค์ชายที่ยังคงแช่ตัวอยู่ในสระน้ำทางด้านใน หลังกลายเป็นเป้าสายตาฮาจินก็ได้แต่ยืนงงเพราะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่ ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งร้องเรียกคุณ คุณจึงลุยน้ำไปหาหญิงสาวคนดังที่กล่าวมาแล้ว องค์ชายสิบมองว่าฮาจินกำลังจะหนีจึงกระโดดลงบ่อน้ำพุร้อนอีกทีหมายจับคุณมาลงโทษ ฐานบังอาจแอบดูองค์ชายอย่างพวกตน แต่ฮาจินหนีไปได้เสียก่อน องค์ชายแปดเห็นดังนั้นก็เปรยว่า "แฮซู?"

สาวใช้นามว่า "แชรยอง" รีบลากตัวฮาจินซึ่งยังคงมึนงงและรู้สึกสับสนออกจากรอบๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้วโดยใช้เส้นทางลับที่เชื่อมต่อกับถ้ำ พลางบอกให้คุณเร่งฝีเท้าตลอดทาง ก่อนหน้านี้แชรยองซึ่งรออยู่ทางด้านนอกคิดว่าคุณหนูของตนไม่ออกมาจากถ้ำเสียทีจึงรู้ว่าเกิดเหตุแน่ ติดตรงที่ว่าเหล่าองค์ชายเริ่มลงสระแล้วคุณเลยเข้าไปตามทางด้านในไม่ได้ ฮาจินสงสัยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงเรียกตนว่าคุณหนูและตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร  พอรู้ว่าที่นี่คือสถานที่อาบน้ำใหญ่สุดในเมืองซงอัก ทั้งยังเห็นกับตาว่าทุกคนที่นี่มีวัฒนธรรมการอาบน้ำและแต่งตัวแบบโบราณ ฮาจินก็นึกว่าตัวเองตายแล้วและกำลังอยู่ในปรโลก หลังคิดได้ดังนั้นสติสัมปชัญญะของคุณก็ดับวูบลง

ในที่สุดองค์ชายสี่และผู้ติดตามก็เดินทางมาถึงประตูวังหลวง ชายจากตระกูลคังคนหนึ่งบอกองค์ชายสี่ว่าตนจะทิ้งคนรับใช้ไว้ให้หนึ่งคน จากนั้นก็กำชับว่าเสร็จพิธีเมื่อไหร่ให้รีบกลับชินจูทันที เขายังเตือนด้วยว่านอกจากจะเป็นองค์ชายแล้ว องค์ชายสี่ยังเป็นคนที่ตระกูลคังของพวกตนรับอุปการะเอาไว้ ดังนั้น จงอย่าลืมเรื่องนี้และขอให้ยกย่องตระกูลของพวกตนกับฝ่าบาทด้วย องค์ชายสี่แย้งว่าที่ผ่านมาตนรู้สึกเหมือนเป็นเชลยของตระกูลคังมากกว่า พูดจบก็ควบม้าเข้าประตูวังตามลำพัง หลังลงจากหลังม้าองค์ชายสี่ก็ชักดาบออกมาฆ่าม้าของตนท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารยาม ("ชเว จีมง" ยืนมององค์ชายสี่อยู่บนป้อมเหนือกำแพงวัง) ทหารคนหนึ่งเตือนองค์ชายสี่อย่างยำเกรงว่าห้ามพกดาบเข้าไปในเขตพระราชฐาน องค์ชายสี่จึงยื่นดาบเปื้อนเลือดของตนให้ทหารคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อทหารคนเดิมถามว่าจะให้ตนเตรียมม้าสำหรับตอนขากลับไหม องค์ชายสี่ตอบว่า "ข้าจะไม่กลับไปอีก" หลังปาดคราบเลือด (ม้า) บนใบหน้าแล้ว องค์ชายสี่ก็เดินตรงเข้าไปในเขตพระราชฐานด้วยความมุ่งมั่นตั้งมั่นว่าจะไม่กลับไปเป็นเชลยที่ชินจูอีก

ในที่สุดฮาจินก็ฟื้นคืนสติอีกรอบ เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ คุณก็พบว่าตนเองอยู่ข้างในห้องนอนแบบโบราณของใครบางคน ภายในห้องมีสาวใช้คนเดิมและหญิงสาวท่าทางขี้โรคคนหนึ่งนั่งเฝ้าไม่ห่าง พอรู้ว่าฮาจินฟื้นแล้วทั้งคู่ก็รีบเผ่านาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง ฮาจินเห็นคนที่นี่เรียกตนว่า "คุณหนู" และ "แฮซู" จึงแย้งว่าตนชื่อ "โก ฮาจิน" แชรยอง และ "พระชายาแฮ" ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้ง ฮาจินนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนพึ่งจะจมน้ำเลยเปรยว่าตนคงตายไปแล้วจริงๆ แต่แชรยองชี้ว่าคุณก็แค่เกือบตาย พอรู้ว่าตนเองยังไม่ตายฮาจินก็รู้สึกตกอกตกใจและยิ่งสับสน คุณกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนวิ่งออกไปดูนอกห้อง เมื่อพบว่าตนเองอยู่ในยุคโบราณ แถมสาวใช้ทุกคนในบ้านยังก้มศีรษะให้คุณอย่างนอบน้อม ฮาจินก็เริ่มรู้สึกตัวว่านี่ไม่ใช่ความฝัน คุณทั้งปวดหัวและตระหนกตกใจกลัวเพราะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดกันแน่  

พระชายาแฮเห็นลูกพี่ลูกน้องของตนมีท่าทางแปลกๆ จึงบอกให้แชรยองรีบไปตามหมอ ฮาจินถามพระชายาแฮว่าตนเป็นใคร พอรู้ว่าตนเองอยู่ในร่างของเด็กสาวที่ชื่อแฮซูซึ่งเป็นพี่น้องของพระชายาแฮ (แฮ-มยอง) ฮาจินก็ถึงกับช็อค พระชายาแฮยังบอกอีกว่าคุณกำลังอยู่ในเมืองซงอัก และที่นี่ก็คือจวนขององค์ชายแปด "วังอุก" พอใช้ได้ยินว่าตนเองอยู่ในเมืองซงอัก ฮาจินก็เดาออกว่าตนย้อนเวลามาอยู่ในยุคโครยอ  คุณจึงถามต่อว่าพระราชาองค์ปัจจุบันเป็นใคร พระชายาแฮตอบด้วยสีหน้าเป็นกลุ้มใจว่าพระราชาองค์ปัจจุบันคือผู้สถาปนาอาณาจักรโครยอ ฮาจินได้ยินดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่านี่คือรัชสมัยของ "พระเจ้าแทโจ" (วังกอน) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โครยอ

ปี ค.ศ. 941 (พ.ศ. 1484) หรือปีที่ 24 ในรัชสมัยพระเจ้าแทโจ

ขณะว่าราชการในท้องพระโรง (โดยมีเหล่าองค์ชายร่วมประชุมด้วย ยกเว้นองค์ชายรัชผู้สืบสกุล และองค์ชาย 4) พระเจ้าแทโจโยนกรงนกที่มีนกตายอยู่ภายในให้ทุกคนดู พลางตรัสว่าเมื่อเช้านกตัวนี้กินอาหารของ "องค์ชายรัชผู้สืบสกุล (วังมู)" และตายเมื่อจิกกินคำแรก พระองค์มีบัญชาให้จับตัวคนที่ต้องการลอบปลงพระชนม์องค์ชายรัชผู้สืบสกุลมาลงโทษให้ได้ แต่เสนาบดี "วัง ชิก-รยอม" ซึ่งเป็นพระเครือญาติของพระเจ้าแทโจกลับแย้งว่าสิ่งที่พระองค์ควรทำคือการพิจารณาแรงจูงใจของคนร้าย เพราะถึงจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาชี้ว่าสาเหตุที่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นเป็นเพราะองค์ชายรัชผู้สืบสกุลไม่คู่ควรกับตำแหน่ง ซ้ำยังมีข่าวลือว่าพระองค์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ชิก-รยอมจึงเสนอให้ปลดองค์ชายวังมูออกจากตำแหน่งรัชผู้สืบสกุล และขอให้พระเจ้าแทโจทรงแต่งตั้งรัชผู้สืบสกุลพระองค์ใหม่ (องค์ชายรัชผู้สืบสกุลพึ่งมาถึงแต่ยังไม่ทันเข้าไปในท้องพระโรงก็ได้ยินเข้าเสียก่อน เลยยืนฟังหน้าประตูด้วยความโกรธ) 

พระเจ้าแทโจจ้องมองเหล่าองค์ชายพลางถามว่าทุกคนเห็นด้วยหรือเปล่า และใครมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นองค์ชายรัชผู้สืบสกุลคนใหม่ เหล่าองค์ชายต่างพากันยืนนิ่ง องค์ชายแปดรีบคุกเข่าขอให้พระองค์ทรงถอนรับสั่ง โดยกล่าวว่าไม่มีใครในหมู่พวกตนคิดแทนที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุล องค์ชายสิบสามคุกเข่าส่งเสริมคำพูดขององค์ชายแปด  หลังจากนั้นองค์ชายสามและองค์ชายคนอื่นๆ จึงพากันคุกเข่าพลางร้องขอให้พระองค์ทรงถอนรับสั่ง หลังจากนั้นพระเจ้าแทโจก็ส่งไม้ต่อให้ "ชเว จีมง" ซึ่งเป็นอัจฉริยะด้านศาสตร์แห่งดวงดาวและการทำนาย ช่วยคลายข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติขององค์ชายรัชผู้สืบสกุล จีมงจึงอ้างพระประสงค์ของสวรรค์โดยชี้ว่า ดวงดาวขององค์ชายรัชผู้สืบสกุลวังมูเป็นราชาแห่งดวงดาวบนท้องฟ้าที่สุกสกาวขึ้นทุกวัน และเปล่งประกายเคียงคู่วังหลวงอันเจิดจรัสของพระราชาแห่งโครยอ ซึ่งหมายความว่าองค์ชายรัชผู้สืบสกุลไม่ขาดคุณสมบัติอันใดเลย พระเจ้าแทโจตรัสเสริมว่า ตรงเวลา 24 ปีแล้วที่แผ่นดินโครยอถูกก่อตั้งขึ้น ที่ผ่านมาองค์ชายรัชผู้สืบสกุลร่วมกรำศึกกับตนหลายครั้งและเป็นคนวางรากฐานให้โครยอ พระองค์สั่งให้จีมงไปจัดแจงความพร้อมเรื่องพิธีกรรมที่กำลังจะถูกจัดขึ้น  โดยบอกว่าองค์ชายวังมูจะเป็นผู้นำในการปัดรังควานวิญญาณอันชั่วร้าย (องค์ชายสามได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเจ็บใจ)