Home » Articles posted by yok

Author Archives: yok

เรื่องย่อสางนางพราย 14

ในวันที่เมธาวลัยต้องนั่งเรือไปยังเมืองของเจ้าชายศรีเทพ ภาคิไนยขอตามไปส่งด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเรือแล่นออก เมธาวดีก็กลับคำสัญญาที่ให้ไว้ คุณยังคงทำพิธีบูชายันต์สังเวยหัวใจมนุษย์เช่นเดิม เป็นเหตุให้ฟ้าพิโรธจนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น เมธาวลัยที่อยู่ในเรือเห็นเมธาวดีวิ่งหนีมาที่ฝั่งแล้วตะโกนขอร้องให้ช่วย ภาคิไนยพยายามห้าม แต่เมธาวลัยทิ้งพี่สาวไม่ได้ จึงย้อนกลับไปรับขึ้นเรือมาด้วย เรือแล่นออกจากฝั่งไปพร้อมภาพมหานครที่ล่มสลายไปต่อหน้า เมธาวดีรอดมาได้ คุณโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะเมธาวลัยที่เป็นตัวกาลกิณีทำให้เมืองวิบัติฉิบหาย และจะฆ่าเมธาวลัยด้วยการผลักตกสมุทร ภาคิไนยปกป้องเมธาวลัย เมธาวดีโกรธแค้นที่ไม่มีใครรักคุณ จึงเอามีดแทงเมธาวลัยต่อหน้าภาคิไนย คุณเริ่มคลุ้มคลั่งคิดจะฆ่าทุกคนให้ตายเป็นผีเฝ้าสมุทร แต่ทันใดนั้นฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาทำให้เรือเกิดการโคลงอย่างร้ายแรงก่อนจะค่อย ๆ แยกออกจากกัน ภาคิไนยตัดสินใจยอมตายไปกับเรือและร่างของเมธาวลัย เมธาวดีอยู่ฝั่งหัวเรือเพียงคนเดียว คุณวิ่งไปเกาะที่หัวเรือพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดตะโกนขอให้คนช่วยแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ ร่างของเมธาวดีจมลงใต้สมุทร ถูกหีบสมบัติที่คุณหวงแหนกดทับร่างไว้จนหนีไม่ได้ ก่อนตายเมธาวดีสาปแช่งทุกคนที่ทำให้คุณเจ็บปวดว่าจะกลับมาเอาคืน และถ้ามีใครคิดจะช่วงชิงของที่เป็นของคุณพวกนั้นก็จำเป็นต้องตาย

          ประสุต เมธาวลัย รู้ความจริงทั้งหมดก็ขอร้องให้เมธาวดีปล่อยวาง แต่เมธาวดีไม่ยอม ประสุตขอสละชีวิตตัวเองเป็นการไถ่โทษ โดยมีข้อแม้ว่าเมธาวลัยต้องปลอดภัย เมธาวดียิ่งโกรธแค้น พุ่งเผ่านาจะฆ่าทั้งประสุตและเมธาวลัย แต่จู่ ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่กลางตัวเมธาวดี ก่อนที่แผ่นดินจะล่มสลายซ้ำรอยอดีตอีกรอบแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง เมธาวลัย ประสุต ปกรณ์ฟื้นขึ้นมาอีกทีที่ชายหาด ไม่มีวี่แววของเจ้าหญิงเมธาวดีอีกต่อไป ลุงบวบ และมรุตตามมาเจอทุกคนแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที

          หลังจากประสุตรักษาตัวจนหายดีก็ตัดสินใจบวชเพื่อให้อุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเมธาวดีที่วัดเมธาลัยซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามความปรารถนาของเจ้าหญิงเมธาวลัย เขาจึงไม่ได้ไปเยี่ยมเมธาวลัยที่โรงพยาบาล เมื่อคุณทราบข่าวจึงกลับไปทำงานของตนเพื่อให้ดำเนินการเรื่องประกาศให้ที่ดินเมืองเมธานครเปลี่ยนเป็นโบราณสถานเพื่อให้ทำการสำรวจ ไม่นานพอประสุตสึกออกมา เมธาวลัยออกตามหาเขา ทั้งสองได้พบกันอีกที ประสุตขอโทษเมธาวลัยที่ไม่ได้มาเจอคุณ เมธาวลัยเข้าใจสิ่งที่ประสุตทำ ประสุตยอมรับสารภาพรักกับเมธาวลัยและขอเป็นคนดูแลคุณไปตลอดชีวิต เมธาวลัยตอบตกลง หลังจากนี้ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบายและส่งต่อเรื่องราวของเมธานครออกไปเพื่อให้ให้คนภายนอกและตัวคุณไม่ลืมว่าเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทั้งเมธานคร หรือแม้แต่แม่ย่านางที่ชื่อ…เมธาวดี ติดตามชมละคร สางนางพราย ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.40 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27

เรื่องย่อสามีตีตรา 4

ความเจ็บช้ำซ้ำ ๆ รังแกหัวใจกะรัต จนในที่สุด คุณก็ประกาศขอหย่าจากพิศุทธิ์! เนื้อแพรที่รู้ว่าลูกยังรักกะรัตมาก พยายามมาไกล่เกลี่ยอ้างว่า ไม่อยากให้กะรัตต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกของกะรัตในยามนี้ แตกแยกเกินกว่าจะต่อติดเสียแล้ว เมื่อพิศุทธิ์ตามมาปรับวามรู้ความเข้าใจครั้งสุดท้าย คำพูดจากกะรัตที่รังควานจิตใจเขาให้ยับเยิน ไม่ต่างกันคือการเผยใจจากกะรัตว่าไม่เคยรักเขาเลย ที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงคนที่คุณแต่งงานด้วยเพื่อให้รักษาหน้าแค่นั้นพิศุทธิ์เสียใจมาก…จึงตกลงใจยอมหย่าให้กะรัตแต่โดยดี

          หลังจากการหย่า พิศุทธิ์ก็แสดงความรับผิดชอบโดยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กะรัตด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดแทบจะไม่พอค่ารองเท้าของกะรัตด้วยช้ำ และยังคำเตือนของบัญชา คำพูดของเนื้อแพร และพฤติกรรมของพิศุทธิ์ ที่คุณได้รับฟังจากทั้งกันตาและกุนตีว่า ไม่เคยเห็นพิศุทธิ์ไปมาหาสู่สายน้ำผึ้งเลยทำให้กะรัตเริ่มใจแกว่ง แต่ความที่ยังปล่อยให้ทิฐิครอบงำจิตใจแน่นหนา กะรัตจึงไม่แม้แต่จะยอมรับความจริงว่าตัวเองตัดสินใจพลาดไป ยังเดินหน้าทำท่ามั่นใจ ทุกครั้งที่ได้พบกับพิศุทธิ์ก็จะเชิดใส่ ทำเหมือนไม่เสียใจ แต่พอกลับมาอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องเสียน้ำตา จนแม้กระทั่งนวลยังอดไม่ไหว กล้าฝ่าด่านฝ่ามืออรหันต์ เอ่ยเตือนว่ากะรัตกำลังเป็นเหยื่อของสายน้ำผึ้ง กันตาที่ทนเห็นพี่สาวหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว เริ่มตามจับตาดูพฤติกรรมของสายน้ำผึ้ง แล้วในที่สุด กันตาก็ได้รู้ความจริงว่า สายน้ำผึ้งมีความเชื่อมโยงลับ ๆ กับ ศิวา กันตาแม้จะเสียใจ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ถือเรื่องสิทธิสตรีเป็นใหญ่ กอปรกับนิสัยที่รักตัวเองเกินกว่าจะยอมฟูมฟายกับเรื่องแบบงี้ กันตาจึงร้องไห้เพียงครั้งเดียวให้กับผู้ชายทรยศ

          กะรัตเสียใจมากที่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดพิศุทธิ์มาตลอด กระทั่งบัญชาและกุนตีต่างเตือนให้กะรัตถอดวางทิฐิ แต่กะรัตกลับตอบในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างกะรัต…กะรัตบอกว่า คุณพึ่งรู้สึกตัวว่าคุณรักพิศุทธิ์มาก…เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์เสียจนคุณไม่อาจจะดึงพิศุทธิ์ให้มาจมอยู่กับผู้หญิงผิดพลาดอย่างคุณได้อีก… แล้วจากนั้นกะรัตก็ลาทุกคนไปยังบ้านพักชายสมุทร… เพื่อให้ระลึกถึงฉากรักที่คุณกับพิศุทธิ์เคยมีต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย

สะใภ้พญายม 4

ต่อมาตำลึงในร่างของหนูหริ่งแต่งงานกับณุดนัย ในคืนส่งตัวเข้าหอ ตำลึงแกล้งทำเป็นป่วยกะทันหัน แล้วไล่ณุดนัยไปนอนอีกห้อง แต่เขาขอนอนพื้นเพื่อให้ดูแลคุณ ท่านพญายมจึงใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้ณุดนัยหลับก่อนทุกคืน แถมกำชับตำลึงว่าห้ามใจอ่อนเป็นอันขาด เพราะณุดนัยเป็นคู่ของหนูหริ่ง

ฝั่งบางคลองแก้วเอราวัตรตัดสินใจบอกเลิกสัญญาก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรที่มีมูลค่ามหาศาลกับเสี่ยเชน หงส์แดง หงส์ดำ ลูกน้องของเสี่ยเชนให้ชายขี้ยาในชุมชนชื่อ แม้น (ศรีหลอด สีใส) แอบเอายาบ้าไปซุกไว้ในบ้านของแจ็คและเบิ้ม พอตำรวจมาเจอ ทั้งคู่จึงโดนจับ แม้นยังประกาศว่าที่สองคนนั้นโดนจับเพราะตำลึงเป็นคนสั่งให้ไปค้ายา ทำให้ตำลึงและครอบครัวโดนไล่ออกไปจากชุมชน เอราวัตรได้ยินเสียงในใจแม้นที่แอบหัวเราะเยาะตำลึง เขาจึงพูดบอกให้หนูหริ่ง หนูหริ่งในร่างของตำลึงเลยให้สุวาลย์เสกภาพให้แม้นเห็นในกรรมที่เคยก่อ และสภาพว่าต้องไปเจออะไรที่อยู่ในนรก แม้นกลัว จึงเข้าไปรับสารภาพกับตำรวจ

คุณหญิงศรีประภามีหรือจะอยู่เฉย จัดการนัดให้ ปรีวดี (เกล – วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา) บุตรสาวเสี่ยเชนไปกินข้าวสองต่อสองกับณุดนัย แล้วแอบถ่ายรูปมาให้หนูหริ่งดูเพื่อให้ให้หึงและโกรธณุดนัย ตำลึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ระหว่างที่ณุดนัยได้ใกล้ชิดกับตำลึงในร่างของหนูหริ่ง ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ เพราะหนูหริ่ง เปลี่ยนเป็นคนคุยสนุกเข้ากันได้ดี

ท่านพญายมสั่งสุวรรณกับสุวาลย์ให้ช่วยกันทำให้ตำลึง หนูหริ่ง ณุดนัย และเอราวัตรได้มาพบกันเพื่อให้ให้ได้สลับคู่กันเหมือนเดิม ท่านพญายมลงทุนปลอมตัวมาสร้างสภาวะให้ณุดนัยรักหนูหริ่งตัวจริง และเอราวัตรรักตำลึงตัวจริงให้ได้ แต่เปลี่ยนเป็นว่า ยิ่งทำให้ตำลึงรักณุดนัยมากขึ้น และหนูหริ่งก็รักเอราวัตรมากขึ้นเช่นกัน

ที่กรุงเทพฯ พลตรีพินิจ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) พ่อของณุดนัย ถูกสั่งย้าย เพราะมีคนฟ้องว่าพัวพันการฮั้วประมูลซื้ออาวุธสงคราม ตำลึงในร่างของหนูหริ่งเชื่อว่าพลตรีพินิจ ไม่ได้ทำแน่ๆ คุณจึงให้สุวรรณช่วยพาคุณสืบค้นหาความ โชคดีของคุณบวกกับการช่วยเหลือของสุวรรณ ทำให้ตำลึงสามารถแอบอัดเสียงพร้อมคลิปของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ให้ร้ายป้ายสีความผิดให้พลตรีพินิจได้เป็นหลักฐาน

หลังจากนั้น การสืบสวนก็ได้พาดพิงถึงเสี่ยเชน พอเสี่ยเชนรู้จึงสั่งให้ลูกน้องไปเผาชุมชน เอราวัตรไปตามราษฎรมาช่วยกันดับไฟได้ทัน และเขายังเผ่านาช่วยครอบครัวของตำลึงโดยพาไปพักที่บ้านของตนชั่วคราว หนูหริ่งซึ้งในน้ำใจของชายชายหนุ่มมากขึ้น จนแปลงเป็นความรักโดยไม่รู้สึกตัว

บ้านนอกเข้ากรุง 1

ดาวนิลเข้าไปร่วมวงกับชอบเซิ้งบนเวที แขกที่มาในงานชอบใจกันใหญ่เดือนจะเป็นลม เชยพิมานมาดักรอนางในฝันมาเจอดาวนิลตัวดำจนความเกือบแตก แต่ฟ้าลั่นเผ่านาแก้สภาพการณ์ได้ทัน เดือนกับดาวเห็นรูปที่ดาวนิลเขียนจนสกปรกก็โกรธ ต่อว่าพาดพิงไปถึงย่าของดาวนิล ดาวนิลโกรธจะเอาคืนดาวรายห้ามไว้ และบอกให้ดาวนิลทำขนมขายให้…

รายชื่อดาราหนังในละครเรื่อง บ้านนอกเข้ากรุง
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์
หม่อมหลวงเชยพิมาน/แจ็ค ชายชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้สืบสกุลที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ หม่อม เจ้าทิพยา และ หลานตาของ “ชอบ” เศรษฐีชาวไร่ผู้มีอันจะกินในโคราช ขยันขันแข็ง เป็นผู้ใหญ่ และที่สำคัญกตัญญูกับตามาก ตาไม่ให้ไปกรุงเทพก็อดทนเก็บความเอ้าท์เอาไว้เพื่อให้ตามาแสนนาน จนกระทั่งมีเหตุต้องมารับมรดก จึงไปสู่กรุงเทพในฐานะของพี่เลี้ยงของหม่อมหลวงเชยพิมานตัวปลอม ที่ปลอมตัวโดย ทรงกลด ลูกพี่ลูกน้องตัวดี ที่ขยันก่อปัญหาให้เชยพิมานแก้เป็นกิจวัตรประจำวัน!!! และที่กรุงเทพฯนั่นเอง เชยพิมานยังเพิ่ม

ณปภา ตันตระกูล
ดาวนิล เด็กสาววัย 20 นิสัยแสนซน ทโมน ปากไว ใจร้อน แถมบู๊สะบัด จัดไม่เลี้ยงถ้า ใครมาหาเรื่องก่อน ดาวนิลถูกเลี้ยงมาในไร่ลำใย ทำให้รักอิสระ และเป็นตัวของ ตัวเองมาก แต่เมื่อพ่อกับแม่ตายไปเพราะโจรตัดไม้ที่ดาวนิลแจ้งตำรวจจับมาแก้ แค้น หญิงสาวเลยต้องระเห็จไปอยู่กับ “ย่าเดือน” พี่สาวของย่าดาว ย่าแท้ๆของ คุณ ที่เกลียดย่าคุณยิ่งกว่าหมาเกลียดเห็บเพราะว่ามาแย่งสามีไป ดาวนิลยอมเก็บ เขี้ยวเล็บลงบ้าง(นี๊สนึง) เพื่อให้จะขออโหสิกรรมจากย่าเดือนตามคำขอก่อนตายของพ่อ

ธนา ฉัตรบริรักษ์
ทรงกลด (หรั่ง) เครือญาติผู้น้องข้างแม่ของเชยพิมาน อายุ 22 ปี นิสัยเป็นเด็ก ขี้เล่น เจ้ายก้กะล่อนเอาใจ คนเก่งและพยายามจะเท่ห์แต่เอาจริงแล้วเสี่ยวขั้นเทพเพราะไม่เคยได้อัพเทรนด์ที่กรุงเทพอย่างใครเขา อยากอยู่กรุงเทพฯใจจะขาด จนวันหนึ่งก็สมหวังเมื่อต้องสวมหน้าที่เป็นหม่อมหลวงเชยพิมานตัวปลอมแทนพี่ ทำให้ต่อมความเจ้ายก้ยิ่งเบ่งบาน ดาวราย หลานสาวสวยดึงดูดใจแห่งบ้าน สุศักดิ์เผ่านาเคาะประตูหัวใจ แถมยังจิกกัดหวั่นไหวแปลกๆกับดาวรุ่ง พี่สาวของดาวราย ไปๆมาๆ ยังไปตกหลุมรัก ดาวนิล เด็กคนใช้

ใต้เงาจันทร์

พบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม

ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน

เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น

อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง

เพชรตัดเพชร 3

ผลงานของชาติกับยอด เป็นที่ถูกใจไตร เพราะเด็ดขาดไม่ทิ้งร่องรอย โดยเฉพาะกับยอด ที่มีความเด็ดขาดตัดสินใจได้เร็วกว่าชาติ ซึ่งยังมีความลังเลกับการฆ่า เหตุเพราะลึกๆ แล้ว ชาติยังปฏิเสธความประพฤติอันเหี้ยมโหด แต่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเพราะสัญชาติญานการเอา ตัวรอดจากองค์กร ‘ถ้าไม่ทำก็ต้องตาย’ ไม่เหมือนกับยอด ที่มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายที่ ต้องการไต่เต้าขึ้นไปเป็นใหญ่อย่างไตร เพราะชีวิตที่ผ่านมาในอดีตของยอดนั้นพบเจอแต่การถูกเหยียดหยัน กำพร้าพ่อแม่มีแต่ยายที่ลำบากเลี้ยงดู ครั้งสุดท้ายที่ยอด เอาเงินไปช่วยยายไม่ได้ทำให้ยอดตั้งอกตั้งใจว่าจะไม่ยอมกลับไปเป็นไอ้ยอด ขี้หมาคนเดิมอีกเด็ดขาด

ไตร มีคำสั่งสำคัญให้ยอดกับชาติไปคุ้มกันการส่งยาเสพติด โค-คิ-โน ยาเสพติดชนิดใหม่ โดยเตือนให้ระวังการติดตามและสอดแทรกของ ปปส. โดยเฉพาะ พันตำรวจเอกเชิดศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เจ้าฉายา ‘มือปราบดับจิต’ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง ยาเสพติด โค-คิ-โน เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ ปัจจุบันที่เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะมีอาการเคลิบเคลิ้มอย่างรวดเร็ว และเกิดอาการหลอนทางประสาทอย่างร้ายแรง ยิ่งเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากเสียงเพลงที่มีท่วงทำนองร้อนแรงด้วยแล้วยิ่งทำให้ตัวยาสำแดงฤทธิ์มากขึ้น การใช้ยาเกินขนาดจะทำให้มีอาการคลุ้มคลั่ง ฆ่ากันตาย ฆ่าตัวตายและตายด้วยฤทธิ์ยาในที่สุด ชาติได้เห็นฤทธิ์ยานี้ด้วยตัวเองขณะที่กำลังช่วยคุ้มกันการส่งยาโคคิโน มันคือหายนะที่จะเกิดขึ้นกับเด็กรุ่นใหม่ที่ชาติ เริ่มหวั่นใจ

เมื่องานคุ้มกันสำเร็จลุล่วง ยอดกับชาติช่วยหลอกล่อตำรวจจนแปลงเป็นตัวตลกสำหรับไตรจนเป็นที่พอใจ แต่ไตรเริ่มเห็นความขัดแย้งไม่ลงรอยกันของยอดกับชาติ ที่เริ่มมีการลงไม้ลงมือกันบ่อยครั้ง ไตรเกรงว่ายอดกับชาติจะหาเรื่องทำลายกันเอง จึงกักตัวยอดไว้แล้วให้ชาติเดินทางกลับก่อน แต่ระหว่างทาง ชาติถูกยอดที่หลบออกมาแล้วลอบรังควานจนชาติตกเหวหายไป ไตรได้รับรายงานเรื่องชาติหายตัวไปและไม่คิดว่ายอดเป็นคนท ำเพราะยอดกลบเกลื่อนร่องรอย เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนและโยนความผิดให้แกงค์ค้ายาเสพติดคู่อริเป็นคนทำ

โชคดีที่ชาติไม่ตาย โซซัดโซเซออกจากป่ามาได้และได้รับการช่วยเหลือจาก ไอ้แสบ (อรรครัฐ ฉั่วศรีสุขสกุล) เด็กชายหนุ่มวัยรุ่นกวนๆ ในแกงค์แต่งรถซิ่งที่บังเอิญไปพบเข้า แต่เมื่อไอ้แสบถามว่าชาติเป็นใคร ชาติกลับบอกไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไร ไม่ว่าจะนึกยังไงชาติก็นึกไม่ออก มีเพียงสัญชาติญาณการ ต่อสู้อย่างดุดันที่ชาติงัดออกมาใช้อย่างคล่องแคล่วเพื่อให้ช่วยไอ้แสบจากพวกคู่อริ ไอ้แสบเริ่ม สงสัยว่าชาติคือใคร และที่สำคัญรอยสักรูปกาที่หลังคอชาติก็ทำให้ไอ้แสบ ตื่นตระหนกว่าจะเกี่ยว ข้องกับอะไรบางอย่างที่ไอ้แสบกำลังได้รับมอบหมายให้ตามข่าวอยู่…ไอ้แสบ จึงดูแลชาติไปพร้อมกับตามดูพฤติกรรมของชาติให้มั่นใจ

ม่านดอกงิ้ว 9

ภาคินไม่รู้เลยว่าธัญเทพเห็นภาพของภาคินพาไลลาออกจากโรงพยาบาล เพราะไลลารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่เป็นของตระกูลธัญเทพ และผู้ชมอีกคนก็คืออารียา ที่มาสืบเรื่องเมียน้อยของคนอื่น มาตรวจดูว่าเมียน้อยของสามีผู้จ้างท้องจริงหรือเปล่า อารียากำลังจะถ่ายรูปของภาคินไลลาไปให้เพื่อให้นดู แต่ธัญเทพห้ามเอาไว้เพราะอารียากำลังจะทำให้ ครอบครัวของมีนรญาแตกแยก อารียาโมโห ไม่อยากให้เพื่อให้นตาบอด ธัญเทพคิดว่าอารียามีท่าทางเกลียด เมียน้อยมาก เลยพูดจาแทงใจดำแบบหมอจิตแพทย์ทำเอาอารียาโมโห ธัญเทพมาก แต่ธัญเทพไม่สนใจ บอกว่าห้ามไม่ให้อารียาบอกเรื่องนี้กับมีนรญา

ไลลาลิงโลด สั่งให้รจนาถ่ายรูปไลลากับภาคินที่กำลังเข้าไปในคอนโดของภาคิน และส่งรูปไปที่หนังสือกอซซิปที่มี นักข่าวชาลี ที่ไลลามีบุญคุณ เพื่อให้ปล่อยข่าวออกไป ชาลีทำตามที่ไลลาบอกหวังจะได้เงิน เพราะเวลาไลลาสั่งอะไรก็จะมีเงินก้อนใหญ่ตามมาให้ทุกที
ข่าวภาคินพาไลลาไปที่คอนโดกลางเมืองลงหน้าหนึ่งหนังสือซุบซิบสำราญใจ มีนรญาโมโห หาเรื่องภาคิน จนขอหย่า ภาคินไม่ยอม บอกว่าพึ่งจะแต่งจะหย่าก็เสียหน้าคนในสังคมหมด คนอย่างมีนรญายอมได้เหรอที่จะโดนนินทา มีนรญาไม่รู้จะทำยังไง เลยไประบายกับธัญเทพ จิตแพทย์ประจำตัวก่อนที่จะบ้าไปก่อน

หงส์ที่เห็นข่าวรีบมาหาลูกที่ที่อยู่ใหม่ ไม่ชอบใจที่ลูกไปเป็นเมียน้อยคนอื่น เพราะถึงหงส์จะเป็นโสเภณีแต่ก็ไม่เคยแย่งของใครมา ไลลาไม่สนใจ ให้เงินแม่ แล้วไล่แม่ให้กลับไป ไม่วายต่อว่าแม่ที่เป็นโสเภณีแต่จะมาสอนลูก คำพูดที่แทงใจดำหงส์ทำให้หงส์พูดไม่ออก ในตอนนั้นภาคินที่สมุทราะกับเมียมาหาพอดี ภาคินสงสัยว่าหงส์เป็นใคร ไลลาบอกว่าเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาด ไลลากดแม่ให้ต่ำ สร้างความเจ็บช้ำให้กับหงส์ เพราะถูกคนเหยียบย่ำไม่เจ็บเท่าลูกเหยียบ หงส์ขอตัวกลับ ไลลามองตามหลังแม่ด้วยความสะใจ หันไปสนใจภาคิน
ภาคินไม่รู้สึกตัวเหมือนกันว่ามาที่คอนโดทำไม แต่พอไลลาเอาอกเอาใจ ก็เผลอมีความเกี่ยวพันเพราะห่างจากมีนรญามาสักพัก บวกกับความเครียดเลยหาที่ระบาย ไลลาก็สนองตอบได้ถึงใจ อย่างที่ภาคินต้องการ

เสือก็ยังเป็นเสือวันยันค่ำ…ภาคินก็เป็นเสือหลับชั่วคราวเพียงแค่นั้นพอตื่นก็เปลี่ยนเป็นเสียหิวที่ไม่รู้จักพอ!

รักพลิกล็อก

จุดเริ่มของเรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่ออภิมหาเศรษฐี กิตติพัศ(คณิน ชอบประดิถ) ชายหนุ่มหล่ออบอุ่นมีเสน่ห์เจ้าของสนามแข่งม้า กลับมาพบ พาทิศ(ปีเตอร์ เดนแมน)ชายหนุ่มสุดเนี้ยบหน้าตายเจ้าของบริษัทสิ่งพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ซึ่งทั้งคู่เคยมีอดีตพัวพันกันมาก่อน ในขณะที่ พาทิศดูจะยังจมปลักกับอดีต กิตติพัศชายหนุ่มพาเพลินดูจะไม่สนใจอดีตอะไรก็ตามซึ่งยิ่งทำให้พาทิศ เพิ่มความขุ่นเคืองใจ ความวุ่นวายของสองชายหนุ่มทวีคูณขึ้นเพราะมีสองสาวศรุดา(มณีรัตน์ ศรีจรูญ)และนวียา(สุชาว์ มานะยิ่ง)เผ่านาในชีวิต ทำให้ความเกี่ยวเนื่อง นี้เป็นรักชุลมุน

ศรุดานั้นเป็นดีไซน์เนอร์สาวสวยเลอค่าเพิ่งจะกลับมาจากเมืองนอกและกำลังเริ่มความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ แต่คุณเองและพาทิศคือรักนัดแรกตั้งแต่สมัยเรียน ในอดีตศรุดาพบว่าพาทิศมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น จนเรียนไม่จบ ศรุดาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าพาทิศผู้ชายที่คุณคิดว่าแสนดี เหตุใดจึงทำเช่นนี้ จึงขอเลิก กับพาทิศแล้วหนีไปเมืองนอก พาทิศนั้นรู้สึกผิดต่อศรุดาและยังคงรักศรุดาเสมอมา เมื่อพาทิศรู้ว่าศรุดากลับมาไทยจึงแสดงเจตจำนงว่าจะกลับมาดูแลศรุดา โดยใช้ความเป็นเจ้าของบริษัท สิ่งพิมพ์มาขอให้คุณช่วยเป็นบรรณาธิการข้างแฟชั่นของนิตยสารเล่มใหม่ ศรุดากลับเลือกมาทำงานกับกิตติพัศ โดยรับเป็นผู้ออกแบบชุดขี่ม้าให้กับสนามแข่งม้าที่กิตติพัศเป็นเจ้าของ แต่ความเกี่ยวพันของศรุดาและกิตติพัศใช่ว่าจะราบรื่นเพราะมีกิตติยา(สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย)น้องสาวของกิตติพัศ และ คู่หู เบด(ดีเจนุ้ย)คอยหวงก้างกันท่าพี่ชาย เพราะไม่ชอบทั้งศรุดาและนวียา คอยหาเรื่องแบบเด็กๆ

นวียาจ๊อกกี้สาวสดใสช่างฝันเคยร่วมคัดตัวทีมชาติในการแข่งขันขี่ม้าแต่ตกรอบเปลี่ยนเป็นปมในชีวิต นวียาฉาบตัวเองว่าการแข่งม้าไม่ใช่ความฝันของคุณอีกต่อไปจึงรับจ๊อบจิปาถะแต่คนที่รู้จักตัวตนของ นวียาได้ดีที่สุดคือกิตติพัศ เพราะสนิทสนมกันมาแต่เด็กๆ นอกจากนี้อาของกิตติพัศหรือโค้ชยักษ์(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล)ก็เคยเป็นโค้ชเก่าของนวียา โค้ชได้ส่งมอบกิจการสนามแข่งม้าให้กิตติพัศไปแล้วและผันไปเป็น บาริสต้า ร้านกาแฟของโค้ชคือที่พบปะเจอะกันของกิตติพัศและนวียา โดยจะมีโค้ชที่คอยแนะนำสั่งสอนในแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ กิตติพัศผูกพันกับนวียาและความลึกซึ้งนี้ยากจะแจกแจงว่าเป็นแบบเพื่อให้น พี่ชายน้องสาว…หรือคนรัก กิตติพัศไม่อยากให้นวียาเลิกจากการขี่ม้าจึงว่าจ้างให้มาทำงานที่สโมสร เพราะไม่อยากให้ห่างจากเขา แต่กิตติพัศชอบศรุดาที่เต็มไปด้วยความสวย มีเสน่ห์ เย้ายวน เท่าทันผู้ชาย แต่นวียาก็น่ารักและน่าดูแล ให้ความอบอุ่น กิตติพัศตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณและเอนเอียงมาทางศรุดา

เรื่องเริ่มวุ่นขึ้นเมื่อนวียาและพาทิศเกิดมีอุบัติเหตุแล้วรู้จักกันมากขึ้น ความเกี่ยวพันของทั้งสองเป็นแบบ คู่กัดกันขนานแท้ นวียาได้รู้จักพาย(ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล))ซึ่งเรียนที่โรงเรียนของนนทวี(ธนา ฉัตรบริรักษ์)ครูใหญ่ใจดีพี่ชายของนวียา พายดูจะมีปัญหากับเพื่อให้นๆ แต่กลับมีความอ่อนโยนเข้าใจสัตว์เป็นอย่างดี ความถนัดพิเศษ ของพายนี้เป็นจุดที่ทำให้นวียาอยากเรียนรู้ว่าการเข้าใจสัตว์นั้นทำอย่างไรโดยหวังให้ตัวเองขี่ม้าได้ดีขึ้น นวียาจึงปลอมตัวมาเป็นแนนนี่ที่บ้านพาทิศ ใช้ชื่อของเพื่อให้นสาวครูโซดา(รดา ศิริวัฒนา) พายกับนวียาเข้ากันได้ดีจนพาทิศแปลกใจแต่ก็ต้องยอมรับ แต่ก็มีเรื่องคอยสมุทราะกัดกันต่างๆอย่างมาก แม้แต่แม่พาทิศ(พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ)ก็งงกับความชำนาญของนวียาจนมี สมมติฐานต่างๆนานา

แต่ในที่สุดพาทิศจับการปลอมตัวนี้ได้แต่ก็ต้องจำยอมเพราะพายติดนวียาเหลือเกินและนวียาดูเหมือนแก้ปัญหาที่พายมีที่โรงเรียนได้ นวียาเริ่มเห็นกิตติพัศกับศรุดาใกล้ชิดกันก็เสียใจ กิตติพัศนอกจากจะเป็นไอดอลของนวียาแล้ว ยังเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวที่คอยช่วยเหลือคุณเสมอมา แต่ด้วยความที่เริ่มรักพาย และรู้จักพาทิศมากขึ้นนวียาก็หันมามุมานะในด้านการแข่งม้า ส่วนพาทิศนั้นก็เสียใจที่ศรุดาเริ่ม ความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ คู่กัดพาทิศ/นวียาเริ่มจูนเข้าหากันแล้วพบว่าทั้งคู่เหมือนจะเติมเต็มชีวิตกัน นวียาและนนทวีช่วยกันแก้ไขให้พายได้ดี ในขณะที่พาทิศก็ช่วยปรับชีวิตของนวียาให้เข้ารูปมากขึ้น

เมื่อกิตติพัศมองว่านวียาเริ่มสนิทกับพาทิศก็เริ่มหวงก้าง ศรุดาเริ่มไม่มั่นใจในความ มั่นคงของกิตติพัศ ประกอบกับประวัติรักอับปางในอดีตของตน ความไม่มั่นใจในความรักจึงทวีคูณ ศรุดาจึงหันมาเชื่อว่า พาทิศน่าจะเป็นคนที่มั่นคงกว่า ถึงตามความคิดศรุดายังเชื่อว่าพาทิศตอนเด็กๆ พลาดไปมีลูกกับคนอื่น แต่ความผิดพลาดในอดีตนั้นศรุดาเริ่มมองผ่านได้ ความโหยหาในความมั่นคงจากพาทิศมากยิ่งขึ้น ศรุดารับปากเข้าทำงานหนังสือแฟชั่นของพาทิศ

เรื่องเข้มข้นขึ้นเมื่อทั้งสี่เกิดต้องไปทำงานร่วมกันที่เขาใหญ่ พาทิศกับนวียาเกิดหลงป่าไปสองต่อสอง ทำให้ความข้องเกี่ยวลึกซึ้งขึ้น ความเป็นห่วงของกิตติพัศต่อนวียาซึ่งสนิทกันตั้งแต่เด็กทำให้ศรุดายิ่ง ขาดความมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันศรุดาก็ต้องดูแลพายและเริ่มเข้ากันได้ดี พอพาทิศและนวียากลับ จากหลงป่า มีช็อตเด็ดว่าของขวัญที่ศรุดาเคยให้กิตติพัศเกิดไปอยู่ในมือนวียา ทำให้ศรุดาเสียความรู้สึก ศรุดามึนเมาและในที่สุดทวงคำสัญญาของพาทิศที่เคยว่าจะดูแลศรุดาเสมอไป

กลับมากรุงเทพถึงพาทิศจะรู้สึกผิดกับนวียา แต่เขาก็เริ่มเดทศรุดาอีกรอบ ความเกี่ยวเนื่องในยามเด็ก ทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจกันลึกซึ้งอย่างรวดเร็ว ศรุดากับพายก็เข้ากันได้ดี ทางนวียาและกิตติพัศเสียศูนย์แต่ก็ได้ซึ่งกันและกันปลอบใจ ความเชื่อมโยงประกอบกับความรักม้า ทำให้ทั้งสองเริ่มซ้อมม้าด้วยกัน โดยมีกิตติพัศคอยเป็นโค้ชให้ เวลาที่มียามคำคืนที่ซ้อมม้าด้วยกัน ทำให้ทั้งสองเป็นสุข จนแปลงเป็นความโรแมนติก การพัฒนาการขี่ม้าของนวียาก็เพิ่มขึ้น
อรจิรา(อัมราภัสร์ วรรธนะกุล)พี่สาวพาทิศ ในอดีตอรจิราท้องโดยไม่ได้ตั้งมั่นจึงทิ้งลูกไว้ให้พาทิศเลี้ยง ซึ่งก็คือพายนั่นเอง

เมื่ออรจิรากลับมาแม่ของคุณแนะนำว่าอย่าเพิ่งจะเปิดเผยให้พายทราบเพราะหลานคงยังไม่พร้อม อรจิราเริ่มรักพายจึงอิจฉาและกลั่นแกล้งศรุดาซึ่งดูกับพายและพาทิศประหนึ่งเป็นครอบครัวที่ บริบูรณ์ นอกจากนี้พอรู้ว่ากิตติพัศแฟนเก่าที่อรจิราเคยพยายามที่จะผูกมัดแต่ไม่สำเร็จนั้น ก็เคยมาอกหักเสียศูนย์เนื่องด้วยศรุดา สิ่งนี้ทำให้คุณยิ่งอิจฉาเข้าไปใหญ่

อรจิราเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทพาทิศเพราะพ่อทำพินัยกรรมไว้ก่อนพาทิศเกิด คุณจึงมีอำนาจกลั่นแกล้งศรุดาต่างๆนานา พาทิศเข้าข้างศรุดาจึงทำให้อรจิรายิ่งเคียดแค้น เหตุทำให้นวียาต้องมาที่ออฟฟิตของพาทิศ พาทิศยังรู้สึกผิดที่ทำให้นวียาเสียใจและมีโมเม้นสปาร์กกัน ที่ออฟฟิศนวียาเริ่มสงสัยว่าอรจิรานี่คือแม่ของพายและเริ่มทำการสืบ แต่สุดท้ายก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้ว่าพ่อของพายคือนนทวี พี่ชายของคุณเอง และนวียาเป็นน้าแท้ๆของพายด้วย เพราะอดีตนนทวีไปเผลอมีสัมพันธ์กับอรจิราโดยไม่ตั้งอกตั้งใจ แต่อรจิราปฏิเสธ เพราะคิดว่านนทวีไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณ การสืบเรื่องพ่อของพายทำให้นวียาใกล้ชิดกับพาทิศมากขึ้นอีก

วันแข่ง ม้าของนวียาและวันเกิดพายใกล้เผ่านา แต่ก่อนหน้านั้นมีเหตุให้ กิตติพัศ ศรุดา พาทิศ นวียา อรจิรา นนทวี ต้องไปชายสมุทรด้วยกัน อรจิราถึงกับสร้างสภาวะให้ดูเหมือนว่าได้กลับไปมีความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ ที่สมุทร ศรุดาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองหึงอรจิรากับกิตติพัศ ความเศร้านี้ยิ่งกว่าครั้งที่คิดว่าพาทิศไปทำผู้หญิงอื่นท้อง นวียาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ได้รักกิตติพัศเพราะไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไรอรจิรา นวียามั่นใจว่ากิตติพัศรักศรุดาอย่างจริงใจ

เมื่อทุกคนกลับมากรุงเทพก็ถึงวันเกิดพาย นนทวียอมรับกับนวียาว่าเคยมีอะไรกับอรจิรา ส่วนอรจิราถึงขีดสุดเพราะกิตติพัศดูถูกว่าไม่มีทางชนะใจเขาได้ ยิ่งอรจิราสร้างเรื่องว่ามีอะไรกัน ก็ยิ่งทำให้กิตติพัศขยะแขยง อรจิราตัดสินใจโกหกทุกคนว่าพายคือลูกของตนกับกิตติพัศ ตอนเป็นแฟนกันตอนเด็กๆ เพื่อให้ทำลายความรักของกิตติพัศและศรุดา พายเกิดได้ยินจึงหนีออกจากงานและเกิดอุบัติเหตุ เนื่องมาจากการต้องการเลือด จึงศึกษาค้นพบกันว่ากิตติพัศไม่ใช่พ่อของพายแน่ๆ

ความวุ่นวายทำให้นวียาขาดการซ้อม กิตติพัศขอศรุดาไปช่วยแต่ก็ช่วยเหลือไม่ได้มาก พาทิศแวะมาดูการซ้อมและให้กำลังใจ ความรักของพาทิศจะทำให้นวียาพร้อมขึ้นทันไหม วันแข่งขันขี่ม้าคือบทสรุปสุดท้ายที่ทุกอย่างคลี่คลาย ความรักของชายหนุ่มสาวสามคู่จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องตามลุ้น ตามเชียร์ ตามชมได้ใน รัก พลิก ล็อก

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 7

คนจากวังหลวงนำเรื่องโรงพยาบาลมา บอกกับราษฎร

“พระราชาทรงพระราชทานตึกทางการในเขตตะวันออกเฉียงเหนือ ตรอกที่สอง เพื่อให้สร้างเป็นโรงพยาบาลเจจุงวอน เพื่อให้ให้นายแพทย์ชาวอเมริกันชื่อหมออัลเลน ใช้ทำการรักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วย เวลาทำการของโรงพยาบาลเจจุงวอนคือบ่ายโมงถึงช่วงเวลาห้าโมงเย็น แพทย์อัลเลนมีทักษะและเชี่ยวชาญในด้านการผ่าตัด โดยเฉพาะการตรวจรักษาภายนอก เพียงมองปราดเดียวก็วินิจฉัยโรคได้ ตอนนี้โรงพยาบาลมีห้องพักผู้ป่วยที่พร้อมสำหรับทั้งชายและหญิง ผู้ใดเจ็บป่วยก็เชิญเข้าไปรับการรักษาที่นี่ได้ถ้วนหน้า”

  
หมออัลเลนนำชุดสำหรับปฏิบัติงานมาให้ฮวางจองใส่ และมอบหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ในโรงพยาบาลให้ โดยต้องจัดยาและการดูแลผู้ป่วย ด้านพวกญี่ปุ่นต้องการฮุบโรงพยาบาล จึงได้ให้คิมโทน ไปปล่อยข่าวว่าฝรั่งเป็นพวกกินเด็ก เพื่อให้ทำให้เกิดการต่อต้านฝรั่ง

วันเปิดโรงพยาบาล ยองอิกขึ้นไปพูดต่อหน้าคนที่ร่วมงาน

“ทุกท่าน วันนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เพราะพระราชาทรงมีพระมหากรุณาดั่งมหาสมุทร ที่ให้ก่อตั้งเจจุงวอนนี้ขึ้นมา และได้ตั้งให้หมอ     อัลเลนเป็นผู้บริหาร ให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน เพื่อให้ช่วยรักษาคนที่เจ็บป่วย ซึ่งเป็นการอุทิศเสียสละเพื่อให้การพัฒนาการแพทย์โชซอน เชิญ..ผู้อวยการอัลเลน ท่านกล่าวอะไรสักหน่อย”

“ฮะแฮ่ม ผมต้องการจะขอกล่าวอะไรสักบางส่วน แม้จุดเริ่มของเราจะไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก แต่ผลมันต้องยิ่งใหญ่แน่ๆ ในตอนนี้ ผมขอให้ทุกคนพูดตามผม เจจุงวอนจงเจริญรุ่งเรือง”

“เจจุงวอนจงเจริญก้าวหน้า”

“เฮ้อ โอเพ่นเดอะดอร์ เปิดประตูได้”

“เพื่อให้มาต้อนรับคนไข้คนแรกของโรงพยาบาลเจจุงวอนของเรา” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเปิดประตูละนะ” ชักแท กล่าว

“ไอ้พวกฝรั่ง..ๆ ๆ ไปให้พ้น ไอ้พวก     ฝรั่ง ๆ” ประชาชนผู้คนจำนวนมากมาประท้วงหน้าโรงพยาบาลขว้างหินใส่ จนโดนหมออัลเลนหัวแตก   ฮวางจองพยายามออกไปอธิบายให้ราษฎรฟังว่าที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยนะ ไม่ใช่สถานที่จับเด็กมากินตามที่ราษฎรเข้าใจ แต่ก็ยังถูกต่อต้าน มองชง เผ่านาช่วยฮวางจองให้หลบเข้าไปข้างใน

“โอ๊ย โดนก้อนหินไปร้อยลูกได้มั้งเนี่ย เจ้าอยากตายนักรึไงฟะ?” มองชง กล่าว

“เจ้ามาทำอะไรเนี่ย?” ฮวางจอง ถาม

“ยังจะทำอะไรล่ะ ข้างนอกบ้าคลั่งกันอย่างนั้น อ้อ ดูนี่ ข้างนอกมีป้ายนี้ติดเต็มไปหมดเลย ดูสิ” มองชง กล่าว

“เจจุงวอนเป็นที่ลักลอบกินเด็กทารก แล้วเราจะมัว..นิ่งเฉยอยู่ได้ยังไง เราควรจะลุกขึ้นมาเพื่อให้ต่อต้านพวกฝรั่งและพวกที่ไปสมคบฝรั่ง เพื่อให้จะลงโทษพวกมัน ตามเจตนาของสวรรค์”

“ไอ้พวกโง่เง่าเอ้ย เจอุ๊ก เจ้าช่วยไปแจ้งกองปราบให้ทีสิ” โดยัง กล่าว

“มันน่าสนุกดีออก อย่าพึ่งตื่นตูมเลย เจจุงวอนเปิดไม่สำเร็จเจ้าแซ่ฮวางมันก็จะซวยด้วย” เจอุ๊ก กล่าว

“นี่เป็นโรงพยาบาลของประเทศ ยังไม่รีบไปอีก”

“เอาน่า รู้แล้วน่า”

ประชาชนกำลังจะบุกเผ่านา โดยังบอกให้ใต้เท้ายู และทุกคนหนีไปหลังแล้วแจ้งกองปราบ แต่หมออัลเลนไม่หนี เพราะเป็นห่วงเครื่องมือรักษาคนไข้ โดยังบอกให้ทุกคนหนีไปบ้านเจ้ากรมอากรที่อยู่ใกล้เคียงส่วนตนจะอยู่ดูสภาพการณ์ และดูหมออัลเลนที่ยังอยู่ไม่ยอมหนี

ซ็อกรัน และมักเซง ไปเดินเลือกซื้อปากกาที่ตลาด จนได้รู้ว่ามีการต่อต้านเรื่องโรงพยาบาล จึงรีบมาที่โรงพยาบาล พยายามอธิบาย ให้ราษฎรฟัง แต่ก็ไม่เป็นผล จนเกิดการต่อสู้กัน โดยังออกมาช่วย

“เป็นยังไงบ้างคะ ท่านบาดเจ็บแล้ว”       ซ็อกรัน ถาม

“เจ้ามาที่นี่ทำไม?” โดยัง ถาม

“เพราะข้าเป็นห่วงท่านพ่อ ท่านเห็นพ่อข้าบ้างมั้ย?”

“เฮ้อ ท่านหลบไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ไปเถอะ”

“แล้วบัณฑิตฮวางล่ะคะ หมออัลเลนหลบไปแล้วใช่มั้ย พวกเค้าเป็นยังไงบ้าง?”

“กำลังไปเก็บเครื่องมือในห้องผ่าตัด”     โดยัง กล่าว

“ห้องผ่าตัดเหรอ?” ซ็อกรัน กล่าวแล้วรีบออกไป

“ซ็อกรัน” โดยัง เรียก

ซ็อกรัน เผ่านาที่ห้องผ่าตัด ก็พบกับฮวางจอง จากนั้นโดยังก็ตามมาบอกว่าพวกราษฎรถูกจับกุมไปหมดแล้ว

“ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบงี้ในวันแรก” มือปราบ กล่าว

“ของที่แตกหักไปก็เอาไว้ค่อยไปซื้อหาเอาใหม่เถอะ ขอแค่แพทย์ปลอดภัยก็พอ” ยองอิกกล่าว

“ข้าจะรีบตามหาต้นตอของหนังสือสนเท่ห์พวกนั้น” มือปราบ กล่าว

“ข้าว่ามันคงจะไม่ง่ายนัก ตอนนี้พวกประชาชนเชื่ออย่างปักใจว่าเนื้อหาในนั้นเป็นความจริง พวกคนป่วยคงไม่มารักษาที่นี่”

“ผมควรจะไปบอกกับพวกเค้าด้วยตัวเอง ให้พวกเค้ารู้ว่าไม่จริง” หมออัลเลน กล่าว

“อันตรายเกินไปนะครับ” ฮวางจอง กล่าว

“แต่ผมคิดว่าแพทย์ไม่ควรจะออกไปเวลานี้นะ” ยูกล่าว

“ขอโทษที่เสียมารยาทถาม เอ่อ หลังจากเหตุการณ์นี้เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปหรือครับ?” ฮวางจอง ถาม

“จะเป็นยังไง ชื่อของโรงพยาบาลก็อาจจะหายไป” โดยัง กล่าว

“อาจจึงควรปิดโรงพยาบาล” หมออัลเลน กล่าว

“คงจะไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เราต้องเอา  ชนะอุปสรรคคราวนี้ไปให้ได้” ยู กล่าว

“ข้าก็คิดอย่างนั้น อย่าเพิ่งจะวิตกกังวลจนเกินไป ทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่” ยองอิก กล่าว

“ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ขอบคุณมาก ๆ แล้ว..แขกที่มาร่วมงานวันนี้..”

“อ้อ ผมส่งเค้าไปที่บ้านท่านเจ้ากรมอากรอย่างปลอดภัยแล้ว”

“อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นเรารีบมาซ่อมแซมของกันดีมากยิ่งกว่า”

“ครับ ถ้าอย่างนั้น ข้าขอไปตรวจดูความเสียหายก่อนนะครับ” ฮวางจอง กล่าว

ทูตญี่ปุ่น และวาตานาเบ้ เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ทูลเรื่องที่ประชาชนอกสั่นขวัญแขวนเป็นเพราะโรงพยาบาลเจจุงวอนที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นมา การตั้งโรงพยาบาลขึ้นในช่วงที่พวกตนไม่อยู่หมายความว่าอย่างไร

“เพราะว่า เราต้องมีโรงพยาบาล และพอดีมีหมออัลเลนอยู่ อย่ามาหัวเสียเรื่องแค่นี้เลย” พระเจ้าโกจง ตรัส

“จะไม่ให้ไม่พอใจได้ยังไงกัน อ้อ อันที่จริง เมื่อตั้งและควรเป็นไปด้วยดี แต่นี่เป็นเพราะราษฎรไม่เชื่อมั่นในพวกฝรั่งหัวแดง ถึงได้ไม่มีคนไข้ไปรักษา” วาตานาเบ้ กล่าว

“เราอยากกราบทูลว่า หากพระองค์ต้อง การให้เราช่วย ก็ขอให้พระองค์ตรัสบอกเราได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” ทูตญี่ปุ่น กล่าว

วาตานาเบ้รายงานทูตญี่ปุ่นว่าแผนทุกอย่างราบรื่น

“เจจุงวอนเสมอเหมือนสัญลักษณ์ของความทันสมัย อย่าปล่อยให้ดอกไม้ดอกนี้เบ่งบานได้โดยเด็ดขาด”

“ไฮ้ ถ้าหากไม่รดน้ำ มันก็ย่อมต้องเหี่ยวเฉาตายไปเอง ถ้าไม่มีคนไข้ไปรักษา สักวันเจจุงวอนก็ต้องปิดลง ฮะ ๆ ๆ”

หมออัลเลนมารักษาประชาชน แต่ถูกราษฎรปฏิเสธ ฮวางจองพยายามพูดจาหว่านล้อมให้ราษฎรยอมให้ทำแผล ซ็อกรันนำอาหารมาให้ แต่ถูกกั้นไม่ให้เข้า จนชักแทออกมาพบ

“อ้าวคุณหนู อ้าว ๆ นี่อะไร ๆ โอ๊ย ให้พวกข้าเหรอ หมออัลเลนกำลังรอท่านอยู่ข้างใน นี่ ทั้งสองท่านนี้ เป็นเหมือนคนในเจจุงวอนเหมือนกัน ดังนั้นเข้าไปเถอะ ไปได้ ไปเถอะ ไป ขอบคุณพวกท่านมากนะ”

“ฮะ ๆ ๆ”

“ไอ้เจ้านี่ นิสัยขอทานชัด ๆ ฮึ่ย” ชักแท กล่าว

“โธ่ งั้นก็หาชุดอย่างงี้มาให้ข้าใส่มั่งสิ คิดว่าข้าเป็นขอทานแล้วจะข่มได้เรอะ” มองชง กล่าว

“ทุกคนปลอดภัยใช่มั้ย แล้วคุณชายฮวางล่ะ?” ซ๊อกรันถาม

“ปลอดภัยดีครับ ข้าคุ้มครองนายท่านอย่างดีเลยครับ” ชักแท กล่าว

“ฮะ ๆ ๆ ข้าว่าเจ้าเอาแต่คุ้มครองประตู  มากกว่ามั้ง?” มองชง กล่าว

หมออัลเลนรักษาประชาชน โดยให้ฮวางจองช่วยพลิกตัวผู้ป่วย

“ดูเหมือนเลือดจะออกมาจากหลัง” โดยัง กล่าว

“โอ้โห ท่าจะเจ็บแฮะ ร่างกายอย่างงี้ยังจะออกมาปาหินอีก” เจอุ๊ก กล่าว

“โอ๊ย แฮ่ก ๆ ฮือ ๆ” คนไข้ร้อง

“เป็นเอนอลฟิสทูลาจนทะลุเป็นโพรงแล้ว” หมออัลเลน กล่าว

“เรียกว่าฝีคัณฑสูตร เป็นฝีที่เกิดขึ้นจากเนื้อที่โผล่มานอกรูทวารหนัก” โดยัง กล่าว

“ใช่แล้วครับ”

“คงจะเจ็บมากใช่มั้ย เริ่มเป็นอย่างงี้นับจากไหร่?” ฮวางจอง ถาม

“ตั้งแต่.. โอ๊ย”

“ยังไม่รีบบอกมาอีก ปล่อยไว้อย่างงี้เจ้าต้องตายแน่” โดยัง ขู่

“หา ตาย..เหรอ ฮือ ๆ ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ รีบบอกเรามาเถอะ”

“แฮ่ก ๆ เกือบ แทบจะหนึ่งปีแล้ว”

“คุณเป็นไข้สูง เข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ด้วยใช่มั้ย?” หมออัลเลน ถาม

“ใช่”

“เค้าอาการหนักมาก ต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด”

“ครับ เดี๋ยวข้าจะไปทำความสะอาดห้องผ่าตัดเอาไว้ก่อน”

“เฮ้อ จะไปรอดได้ยังไง เป็นข้ากัดลิ้นตัวเองตายไปแล้ว ทั้งน่าอายทั้งทรมาน โอย อะไร?” เจอุ๊ก กล่าว

“รออยู่นี่นะ” โดยัง กล่าว

หมออัลเลน ตัดสินใจจะผ่าตัดคนไข้ โดยจะใช้วิธีเอาเนื้อรอบ ๆ ไปเย็บติดแทนที่ โดยังขอเข้าไปดูการผ่าตัดด้วย หมออัลเลนอนุญาตพร้อมถามว่าทำไมไม่ยอมมาเป็นผู้ช่วยเป็นเพราะมิสเตอร์ ฮวางใช่มั้ย โดยังปฏิเสธ บอกว่าตนจะไปเรียนต่อญี่ปุ่นแต่เกิดปัญหาก่อน จึงคิดจะไปเรียนที่อเมริกา หมออัลเลนจึงแนะนำมหาวิทยาลัยดี ๆ ให้ จากนั้นก็ตำหนิโดยังที่เมื่อกี้ไปข่มขู่คนไข้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยังจึงรีบขอโทษ

 ซ๊อกรันมาเข้าครัวเพื่อให้ทำอาหารให้คนที่โรงพยาบาลทาน ฮวางจอง เผ่านาเห็นก็สอบถามว่ามาที่นี่อีกได้อย่างไร ซ๊อกรัน จึงให้ฮวางจองช่วยชิมอาหารความสามารถตน ระหว่างนั้นโดยังเผ่านาเห็นพอดี

“คุณชายเบ๊ก”

“มาทำอะไรที่นี่ มานับจากไหร่?” โดยัง ถาม

“คิดว่าทุกคนยังไม่ได้กินข้าวกันเลย”

“กลิ่นหอมนี่กลิ่นอะไรครับ” หมออัลเลน เผ่านา

“เป็นข้าวปั้นน่ะค่ะ จะลองกินดูมั้ยคะ?”

“ขอบคุณมากครับ ผมขอผ่าตัดเสร็จก่อนแล้วค่อยกิน”

“ซ๊อกรัน เจ้ามาทางนี้กับข้าหน่อย เจ้ามาทำอะไรที่นี่ฮ้า?”

“เฮ้อ ข้าก็บอกไปแล้วไง ว่าห่วงว่าทุกคนยังไม่ได้กิน..”

“เรื่องแค่นี้ให้คนใช้ทำก็ได้”

“คุณชายคะ”

“ที่จริง ภายหลังที่เจ้าปล่อยตัวเจ้าฮวางจองไปแล้ว ข้าก็ให้มือปราบจงไปสืบเรื่องของเค้า”

“มือปราบจงก็คือ.. คนที่หมออัลเลนช่วยผ่าตัดศีรษะให้เค้าเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว ตอนมือปราบจงถูกหามเผ่านา เหมือนเค้ากำลังจะบอกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับฮวางจอง แต่ พอฟื้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย ที่มือปราบจงหายไป น่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง พูดอีกอย่างคือ ฮวางจองไม่ใช่คนที่เจ้าควรจะช่วยเหลือรู้มั้ย เค้าเป็นคนอันตราย”

“คนที่ดูอันตรายคือคุณชายต่างหาก”

“อะไรนะ?”

“ข้าเคยบอกแล้วไงว่า ข้าไม่ได้มาเพราะบัณฑิตฮวางคนเดียว ผ่านาที่นี่เพราะต้องการจะช่วยทุกคน การช่วยเหลือมีการแบ่งแยกได้ด้วยเหรอ ว่าควรไหมควรช่วย”

“ซ๊อกรัน”

“ท่านดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ คุณชายเบ๊กที่ข้าเคยรู้จัก เค้าจะคบหาถูกคอกับบัณฑิตฮวางที่มีทักษะทางการแพทย์ ถ้าเป็นคุณชายที่ข้าเคยรู้จัก เค้าต้องเข้าใจและรู้ก่อนใครด้วยซ้ำว่าบัณฑิตฮวางไม่ใช่คนที่ทำให้พ่อของท่านตายจากการรักษาครั้งนั้น การที่ท่านเอาแต่สงสัยคนอื่นและรู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องอันตรายจริง ๆ ข้าจะกลับก่อนละ”

“ที่ข้าไม่สบายใจ ไม่ใช่แค่เพราะความสงสัย ที่ข้าต้องไม่สบายใจ เพราะไม่ชอบเห็นเจ้าอยู่กับมัน”

“คุณหนู คุณหนู อยู่ที่ไหนคะ ข้าวแข็งหมดแล้ว” มักเซง เผ่านา

ซ๊อกรัน เดินออกมาก็พบกับ ฮวางจอง เขาบอกนางว่า ต่อไปไม่ต้องห่วงตนแบบงี้เพราะกลัวโดยังเข้าใจผิด จากนั้นก็ขอโทษที่ได้แอบฟังทั้งสองคุยกัน ซ๊อกรัน บอกว่าตนกับโดยังสมุทราะกันไปมาแบบงี้เป็นสิบปีแล้ว ต่อไปไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก

กระดาษที่ขายในตลาดถูกซื้อไปหมดเลย มือปราบจึงเร่งสั่งลูกน้องออกติดตามคนร้ายที่ติดแผ่นสนเท่ห์ไปทั่วเมือง โดยสอบถามจากพ่อค้าได้ลักษณะเป็นคนใส่หมวกฟางแบกย่ามแต่หมวกฟางปิดมาต่ำมากจึงมองไม่เห็นหน้า

พวกราษฎรที่เป็นคนไข้ทยอยเดินหนีออกจากโรงพยาบาล โดยัง กลัวว่าคนที่ออกไป ควรต้องออกไปพูดอะไรที่เป็นผลเสียกับโรงพยาบาล แต่หมออัลเลนบอกว่าควรจะรักษาคนไข้ก่อนปล่อยเค้าไป ด้านคิมโทน เผ่านาหาวาตานาเบ้ที่หอนางโลม บอกว่าตนกำลังถูกตามจับ วาตานาเบ้สั่งให้เขาเผาเสื้อผ้าและหมวกทิ้งให้หมดเพื่อให้ทำลายหลักฐาน

“ตอนนี้เจจุงวอน ถูกลือในทางร้ายขึ้นเรื่อย ๆ แผนของเรายังราบรื่นดี มันจำเป็นที่จะต้องมาอยู่ในมือเราสักวัน”

“ใช่ครับ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนครับ” คิมโทน กล่าว

“อย่าโผล่หัวไปให้ใครเห็นเชียวล่ะ ซ่อนตัวเอาไว้ให้ดี”

ทูตญี่ปุ่น เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ทูลเรื่องที่ฝรั่งต่างชาติที่ไม่ใช่หมอ ก็ยังถูกประชาชนเขวี้ยงก้อนหินไล่ส่ง

“ตอนนี้ไม่มีการติดประกาศสนเท่ห์แล้ว ไม่สิ คงจะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องติด เจจุงวอนเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งขึ้นมาด้วยเจตนาที่ดีมาก กระหม่อมคิดว่าอนาคตของโชซอนอยู่ตรงนั้น ดังนั้นเราควรจะทำให้มันเจริญรุ่งเรืองรุ่งเรือง”

“นี่ท่านทูต คิดจะพูดอะไรกันแน่” ยองอิก ถาม

“กระหม่อมมีวิธีแก้ปัญหากับเหตุการณ์คราวนี้ ได้อย่างง่ายดาย”

“จะแก้ยังไงล่ะ?” พระเจ้าโกจง ตรัสถาม

“เปลี่ยนตัวผู้อวยการโรงพยาบาลเจจุงวอน”

“นี่ท่านพูดอะไรห๊ะ?” ยองอิก ถาม

“เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอัลเลน ถ้าเปลี่ยนผู้อวยการโรงพยาบาล ก็จะช่วยแก้ปัญหาคราวนี้ได้ อ้อ แต่ต้องไม่ให้พวกฝรั่งมาเป็นต่อ ผู้มีฉายาว่า ฮิปโปเครติสแห่งญี่ปุ่นอย่างวาตานาเบ้ น่าจะเหมาะสมอย่างที่สุด พระองค์ทรงคิดว่ายังไง โปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หมออัลเลนจะออกไปตามหาคนไข้ด้วยตนเอง แต่โดยังเป็นห่วง เพราะข่าวลือร้ายแรงขึ้นมาก ระหว่างนั้น มองชง ก็เผ่านาบอกว่าหาคนไข้ที่ตูดเหวอะเจอแล้ว

“จริงรึเปล่า? หาเจอได้ยังไงน่ะ”

“ด้วยอาชีพของข้าไม่มีบ้านไหนที่ไม่เคยแวะไป เข้าไปบ้านนึงข้าก็รู้แล้วว่าบ้านนั้นมีช้อนกี่คันมีตะเกียบกี่คู่น่ะครับ”

“งั้นก็ดี ขอบใจมากนะ คราวนี้ผมคงต้องไปแล้ว”

มือปราบกับโดยังพยายามห้ามหมออัลเลน ไม่ให้ออกไปรักษาคนไข้ จึงขอให้บัณฑิตฮวาง ช่วยพูด แต่เขาบอกว่าจะออกไปกับหมออัลเลน เมื่อเจอคนไข้ก็รีบรักษา มือปราบจึงบอกว่าจะคุ้มครองไปเอง แต่หมอปฏิเสธบอกว่าจะทำให้ประชาชนตกอกตกใจกลัว

“ถ้าอย่างนั้น ข้าคงจะให้คุณไปไม่ได้หรอก” มือปราบ กล่าว

“ถ้าคุณจะขวางผม การทูตระหว่างสองประเทศคงมีปัญหาแน่ ต้องขอโทษด้วย ที่ผมต้องพูดจาแบบงี้ ยังไงผมก็ต้องไป”

“ถ้างั้น ท่านพกเอาไอ้นี่ไปด้วย”

“โน ผมจะพกอาวุธไปไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยสันติ ขอโทษด้วยครับ”

“ข้าจะคุ้มครองแพทย์ให้ดีที่สุด” บัณฑิตฮวาง กล่าว

“ด้วยการเอาตัวของเจ้า ไปสู้กับพวกบ้าคลั่งน่ะเหรอ?” โดยัง ถาม

ยองอิก เห็นขบวนเกี้ยวก็สอบถามว่าคนข้างในคือหมออัลเลนใช่มั้ย เมื่อรู้จากมือปราบว่าใช่ ก็รีบต่อว่า บอกให้ไปตามหมออัลเลนกลับมา เพราะหากหมออัลเลนเป็นอะไรไปก็เข้าทางพวกญี่ปุ่น วาตานาเบ้ คงได้มาเป็นผู้อวยการโรงพยาบาล เจจุงวอนแห่งนี้แทนแน่ๆ โดยังจึงออกไปขอร่วมเดินทางไปกับหมออัลเลนด้วย

หมออัลเลนมาหยุดที่บ้านหลังหนึ่ง บอกว่าจะมารักษาเจ้าของบ้านที่ป่วยหนัก เมียของชายที่ป่วยรีบขอบคุณถามว่าจะรักษาอย่างไร เมื่อหมออัลเลนออกจากเกี้ยวบอกจะผ่าตัดให้เอง เมียเจ้าของบ้านตระหนกตกใจร้องว่าผีฝรั่งไม่ยอมให้รักษาสามีของตน หมออัลเลนบอกทุกคนว่าจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด เมียเจ้าของบ้านร้องโวยวายจนประชาชนแห่กันมาจำนวนมาก เมื่อมองว่าเป็นหมอฝรั่งก็รุมกันจับทั้งหมดมัดไว้ แต่เจ้าของบ้านเริ่มอาการหนักขึ้นร้องหาคนช่วย ฮวางจอง จึงตะโกนขอร้องให้เมียอนุญาตให้ทำการรักษา

“โอ้ย ๆ แย่แล้ว ๆ พ่อเจ้าบองซัมกำลังจะตายแล้ว ฮือ ๆ ให้ผีฝรั่งรักษาก็ได้ เค้าบอกว่าจะเป็นใครมาก็ได้ แค่ช่วยให้เค้ารอดก็พอ”

“ถ้ายังปล่อยไว้อย่างงี้เค้าตายแน่ ให้โอกาสพวกข้าสักครั้งเถอะ ในเมื่อพวกเจ้าเฝ้าดูกันอยู่แบบงี้ แล้วพวกข้าจะกินคนได้ยังไงกันเล่า ข้าพูดถูกใช่มั้ย?” ฮวางจอง กล่าว

“รีบหาทางช่วยเค้าทีเถอะ โธ่พ่อเจ้าบองซัม”

“ถ้าช่วยไม่ได้ล่ะ กล้าเอาชีวิตมาแลกได้มั้ยล่ะ? ว่าไง จะยอมแลกด้วยชีวิตมั้ย?” ประชาชนถาม

“จะเอาชีวิตเป็นพนันไม่ได้” หมออัลเลน กล่าว

“ถ้างั้น มือข้างนึงเป็นไง”

“ถึง…ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”

“ฮะ ๆ ๆ งั้นเหรอ ถ้างั้น เจ้าเป็นตัวแทนได้ใช่มั้ย เจ้าชดใช้แทนเค้าก็ได้นี่ ทำไม ทำไม่ได้เหรอ คิดแล้วว่าต้องเป็นอย่างงี้ แค่ความเชื่อมั่นว่าจะ…ช่วยชีวิตได้ ยังไม่มีเลย”

“นี่เจ้าทำกับคนที่จะมาช่วยชีวิตคนอื่นอย่างงี้รึ?” โดยัง ถาม

“ข้าพนันด้วยมือข้า” ฮวางจอง กล่าว

“มิสเตอร์ฮวาง ไร้สาระเกินไป”

“แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวท่าน ถ้าช่วยเค้าได้ คนที่นี่ทั้งหมดจะได้เลิกเข้าใจผิดเจจุงวอนสักทีไงล่ะครับ”

“ใช่แล้ว พวกข้าจะยอมรับเจ้า ทุกคน เห็นด้วยรึเปล่า?”

“เห็นด้วย ๆ ๆ” ประชาชนคนจำนวนไม่น้อยตะโกน

“แล้วถ้าไม่สำเร็จจะไปรับผิดชอบยังไง?”

“ท่าน ผ.อ.ต้องทำสำเร็จแน่ครับ” ฮวางจอง กล่าว

“มิสเตอร์ฮวาง ผมจะรักษาเอง”

หมออัลเลนทำการผ่าตัดชายเจ้าของบ้านสำเร็จไปด้วยดี แต่คนป่วยยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นรู้สึกตัวขึ้น ประชาชนจึงกดดันฮวางจองให้รับโทษตามที่สัญญาพนันไว้

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า

อีแทกิล ชนชั้นสูงที่ถูกทาสในบ้านทรยศ ด้วยการฆ่าพ่อแม่ เผาบ้านเขา แล้วพาน้องสาว (ออนยอน เฮวอน) ซึ่งเป็นคนที่เขารักหนีไป ทำให้แทกิลตัดสินใจมาทำอาชีพ “นักล่าทาส” เพื่อให้ตามหาหญิงสาวที่ตนรัก

ขณะที่ทำอาชีพล่าทาสพร้อมตามหาคนรัก ออนยอนซึ่งตอนหลังหนีไปอยู่ที่อื่นแล้วปลอมตัวเป็นชนชั้นสูงเปลี่ยนชื่อเป็น เฮวอน ได้หนีออกจากงานแต่งงาน และได้ไปพบเจอกับซงแทฮา อดีตแม่ทัพของโชซอนที่ถูกจับไปเป็นทาสจากปัญหาความวุ่นวายในราชวงศ์

ซงแทฮากับเฮวอนต่างกำลังหลบหนี จึงได้พึ่งพาอาศัยกันและกัน และสุดท้ายจึงได้แต่งงานกันที่สุด แทกิลที่ตามหาคนรักมานับสิบปี กลับมาเจอคนรักในขณะที่แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว

ซงแทฮาต้องการที่จะทำตามคำมั่นที่ให้ไว้กับอดีตรัชผู้สืบสกุล ต้องการปกป้องพระนัดดาผู้สืบสกุลคนสุดท้ายของอดีตรัชผู้สืบสกุล ส่วนแทกิลต้องการจะปกป้องคนรักทำให้พวกเขาเผ่านาเกี่ยวข้องกันและร่วมต่อสู้ด้วยกันจนวาระสุดท้าย

เจาะลึก "แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า"

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า เป็นเรื่องราวในช่วงสมัยโชซอน ในยุคที่การแบ่งแยกชนชั้นยังคงมีอยู่ เหล่าขุนนางต่างกดขี่ข่มเหงชนชั้นทาสอย่างไม่ใยดี ทั้งยังในรัฐสมัยโชซอนนอกจากศึกภายในที่แต่ละข้างต่างแย่งชิงอำนาจและหักล้างคั่วอำนาจกันเองแล้ว ยังมีภัยจากการรุกรานของพวกแมนจูหรือชาวชิงที่ป่าเถื่อนและไม่มีคำว่าปราณีหากพบเจอศัตรู   ซึ่งสร้างความวุ่นวายและความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินเป็นอย่างมาก

อีแทกิล เป็นเรื่องราวของนักล่าทาสที่อยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ของสมัยโชซอน ช่วงที่วรรณะเป็นอุปสรรคแก่คนชั้นล่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การใช้ชีวิต หนี้สิน การใช้หนี้ด้วยการขายชีวิตเป็นทาส  รวมโศกนาฏกรรมความรักที่มีชนชั้นเป็นกำแพงกีดขวางระหว่างเส้นทางแห่งความรัก เมื่อหญิงสาวผู้อาภัพผู้เกิดมาในชนชั้นทาสที่มิอาจมอบใจ ให้แก่ชายผู้เป็นที่รักที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าโดยเฉพาะ ชนชั้นขุนนาง ที่ชอบกีดขวางและไม่ให้การยอมรับในการนำผู้หญิงชนชั้นทาสมาเป็นคู่ครอง 

และจากการที่โชซอนมีการกดขี่ทาสอย่างโหดร้าย ทำให้ทาสส่วนใหญ่หลบหนีออกไป จึงทำให้เกิดธุรกิจล่าทาสขึ้นด้วยค่าทดแทนจำนวนมากทำให้กิจการรับจ้างล่าทาสเกิดขึ้นอย่างอย่างมาก และ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของ อีแทกิล ผู้นำกลุ่ม 3 พยัคฆ์นักล่าทาสที่เก่งที่สุดในโชซอนได้แก่ พยัคฆ์ตัวที่หนึ่ง แม่ทัพเช พยัคฆ์ผู้องอาจเพลงหอกและเพลงดาบไม่เป็นรองใคร พยัคฆ์ตัวที่ 2 วังซอน พยัคฆ์เจ้าสำราญคล่องแคล่วรวดเร็วแต่ข้อเสียคือนิสัยเจ้ายก้และมักหนีงานไปเที่ยวเล่นอยู่บ่อยครั้ง และ พยัคฆ์นักล่าตัวสุดท้ายคือ อีแทกิล พยัคฆ์ร้ายแห่งโชซอนผู้ไม่เป็นรองใครในแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นยอดความสามารถหรือแม่ทัพคนใดหากปะมือกับ อีแทกิล รับรองว่าจึงควรเจอเขี้ยวเล็บของพยัคฆ์ตัวนี้ปลิดชีพอย่างแน่ๆ

และไม่ว่าภารกิจใด 3 นักล่าแห่งโชซอนก็ไม่เคยพลาด หากทั้ง 3 คนออกล่าพร้อมกันเหล่าทาสต่างต้องหวาดกลัวกันไปทั่ว แต่เบื้องลึกเบื้องหน้าของ อีแทกิล ไม่ใช่นักล่าทาสมาแต่กำเนิดเขาเป็นชนชั้นสูงในเหล่าขุนนาง ที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้และชนชั้นแถมยังมีจิตใจงดงามถึงแม้จะดูเหมือนเขาเป็นนักล่าแต่ลึกๆจิตใจของเขานั้นอ่อนโยนดุดดั่งแสงตะวันที่สาดส่องบนพื้นวารีแห่งโชซอน แต่ด้วยความรักที่มีต่อหญิงงามคนหนึ่งซึ่งมิอาจผ่านกำแพงไปได้ นางผู้นั้นคือ อึนยอน นางอันเป็นที่รักของ อีแทกิล ทั้งคู่มีความรักที่สดใสและจริงใจต่อกันโดยไม่คำนึงถึงวรรณะหรือสิ่งกีดขวางอะไรก็แล้วแต่แต่ด้วยวรรณะของ อึนยอน ที่อยู่ในวรรณะทาสทำให้ถูกกีดขวางจากเหล่าบรรดาผู้ใหญ่ และ ขุนนาง จนทำให้ อึนยอง ถูกรังควานด้วยการโบยและถูกทรมานอยู่ตลอดเวลาในฐานะที่ไม่เจียมตัว จนทำให้ครอบครัวของ อึนยอน โกรธแค้นจึงจุดไฟเฝ้าบ้านของ อีแทกิล จนทำให้ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว บ้าน รวมทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ในวัง ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ อีแทกิล ต้องดิ้นรนหนีออกจากวังหลวงด้วยวามรู้ความเข้าใจผิดและด้วยความแค้นครั้งนั้น ก็เหมือนประกายไฟที่อยู่ในหัวใจของเขา   ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ อีแทกิล เกิดขึ้นด้วยการผันตัวเองและมอบจิตวิญญาณให้แก่การเป็นนักล่าทาสแห่งโชซอน โดยมีจุดประสงค์หลักที่ค้างคาใจมานานนับสิบปีคือ การตามล่าหาตัว อึนยอน เพื่อให้ฉีกหัวใจและชำระล้างหนี้แค้นครั้งใหญ่ในชีวิต แต่ถึงจะแค้นเพียงใด อีแทกิล ก็มิอาจตัดใจและเพียงต้องการพบหน้าอึนยอนและปกป้องคุณจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของเขาจะหมดไป

แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ อีแทกิล ต้องเจอกับเรื่องวุ่นๆจากเหล่าขุนนาง และ เพื่อให้นร่วมอาชีพนักล่าด้วยกันเอง เพียงเพื่อให้ต้องการตัด อีแทกิล ออกจากการเป็นนักล่ามือหนึ่งแห่งโชซอน ทั้งยังต้องเจอกับการถูกรังแกจากทาสผู้ต้องการหลบหนีจากการตามล่าแบบพลิกแผ่นดินของเหล่าพยัคฆ์นักล่าทำให้เรื่องราวเข้มข้นจะชวนติดตามแบบไม่คลาดสายตา  

กุญแจสำคัญของเรื่องนอกจาก อีแทกิล แล้วยังมี แม่ทัพแชซองฮา ผู้กุมความลับ และ ความจริงจากการกวาดล้างรัชผู้สืบสกุลในหวังหลวง จนทำให้ต้องดิ้นรนหนีออกจากวังหลวงและถูกตามล่าจากขุนนางชั่วภายในวัง เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเมื่อ ขุนนาง จ้างให้ อีแทกิล ไปเด็ดหัวแม่ทัพแชชองฮา ด้วยค่าหัวที่สูงลิบ แม่ทัพแชซองฮาจึงต้องหนีจากการตามล่าจากนักล่าคนอื่น รวมทั้งเล่าพยัคฑ์นักล่าที่นำโดย อีแทกิล ด้วย ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ แม่ทัพแชซองฮา ไปพบกับ อึนยอง และ หลงรักนาง จนเกิดเป็นรักสามเศร้าที่จำเป็นต้องมีเพียง 1 คนที่สมหวังและคว้าหัวใจของอึนยอนไปครอง

ด้วยความหลากหลายทั้งความรักที่กรีดน้ำตา  และ การต่อสู้และเสียสละต่อหญิงอันเป็นที่รักโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเองถึงแม้ต้องเจ็บปวด หรือ จำเป็นที่จะต้องสละเลือดเพียงใด อีแทกิล ก็มิเคยลังเลและพร้อมจะเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อให้มอบให้แก่ อึนยอน และ การหลุดพ้นจากการเป็นทาสตราบชั่วกาลนาน