Home » Posts tagged 'ดูหนังออนไลน์hdใหม่ล่าสุด' (Page 2)

Tag Archives: ดูหนังออนไลน์hdใหม่ล่าสุด

เพชรตัดเพชร 3

ผลงานของชาติกับยอด เป็นที่ถูกใจไตร เพราะเด็ดขาดไม่ทิ้งร่องรอย โดยเฉพาะกับยอด ที่มีความเด็ดขาดตัดสินใจได้เร็วกว่าชาติ ซึ่งยังมีความลังเลกับการฆ่า เหตุเพราะลึกๆ แล้ว ชาติยังปฏิเสธความประพฤติอันเหี้ยมโหด แต่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเพราะสัญชาติญานการเอา ตัวรอดจากองค์กร ‘ถ้าไม่ทำก็ต้องตาย’ ไม่เหมือนกับยอด ที่มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายที่ ต้องการไต่เต้าขึ้นไปเป็นใหญ่อย่างไตร เพราะชีวิตที่ผ่านมาในอดีตของยอดนั้นพบเจอแต่การถูกเหยียดหยัน กำพร้าพ่อแม่มีแต่ยายที่ลำบากเลี้ยงดู ครั้งสุดท้ายที่ยอด เอาเงินไปช่วยยายไม่ได้ทำให้ยอดตั้งอกตั้งใจว่าจะไม่ยอมกลับไปเป็นไอ้ยอด ขี้หมาคนเดิมอีกเด็ดขาด

ไตร มีคำสั่งสำคัญให้ยอดกับชาติไปคุ้มกันการส่งยาเสพติด โค-คิ-โน ยาเสพติดชนิดใหม่ โดยเตือนให้ระวังการติดตามและสอดแทรกของ ปปส. โดยเฉพาะ พันตำรวจเอกเชิดศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เจ้าฉายา ‘มือปราบดับจิต’ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง ยาเสพติด โค-คิ-โน เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ ปัจจุบันที่เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะมีอาการเคลิบเคลิ้มอย่างรวดเร็ว และเกิดอาการหลอนทางประสาทอย่างร้ายแรง ยิ่งเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากเสียงเพลงที่มีท่วงทำนองร้อนแรงด้วยแล้วยิ่งทำให้ตัวยาสำแดงฤทธิ์มากขึ้น การใช้ยาเกินขนาดจะทำให้มีอาการคลุ้มคลั่ง ฆ่ากันตาย ฆ่าตัวตายและตายด้วยฤทธิ์ยาในที่สุด ชาติได้เห็นฤทธิ์ยานี้ด้วยตัวเองขณะที่กำลังช่วยคุ้มกันการส่งยาโคคิโน มันคือหายนะที่จะเกิดขึ้นกับเด็กรุ่นใหม่ที่ชาติ เริ่มหวั่นใจ

เมื่องานคุ้มกันสำเร็จลุล่วง ยอดกับชาติช่วยหลอกล่อตำรวจจนแปลงเป็นตัวตลกสำหรับไตรจนเป็นที่พอใจ แต่ไตรเริ่มเห็นความขัดแย้งไม่ลงรอยกันของยอดกับชาติ ที่เริ่มมีการลงไม้ลงมือกันบ่อยครั้ง ไตรเกรงว่ายอดกับชาติจะหาเรื่องทำลายกันเอง จึงกักตัวยอดไว้แล้วให้ชาติเดินทางกลับก่อน แต่ระหว่างทาง ชาติถูกยอดที่หลบออกมาแล้วลอบรังควานจนชาติตกเหวหายไป ไตรได้รับรายงานเรื่องชาติหายตัวไปและไม่คิดว่ายอดเป็นคนท ำเพราะยอดกลบเกลื่อนร่องรอย เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนและโยนความผิดให้แกงค์ค้ายาเสพติดคู่อริเป็นคนทำ

โชคดีที่ชาติไม่ตาย โซซัดโซเซออกจากป่ามาได้และได้รับการช่วยเหลือจาก ไอ้แสบ (อรรครัฐ ฉั่วศรีสุขสกุล) เด็กชายหนุ่มวัยรุ่นกวนๆ ในแกงค์แต่งรถซิ่งที่บังเอิญไปพบเข้า แต่เมื่อไอ้แสบถามว่าชาติเป็นใคร ชาติกลับบอกไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไร ไม่ว่าจะนึกยังไงชาติก็นึกไม่ออก มีเพียงสัญชาติญาณการ ต่อสู้อย่างดุดันที่ชาติงัดออกมาใช้อย่างคล่องแคล่วเพื่อให้ช่วยไอ้แสบจากพวกคู่อริ ไอ้แสบเริ่ม สงสัยว่าชาติคือใคร และที่สำคัญรอยสักรูปกาที่หลังคอชาติก็ทำให้ไอ้แสบ ตื่นตระหนกว่าจะเกี่ยว ข้องกับอะไรบางอย่างที่ไอ้แสบกำลังได้รับมอบหมายให้ตามข่าวอยู่…ไอ้แสบ จึงดูแลชาติไปพร้อมกับตามดูพฤติกรรมของชาติให้มั่นใจ

ม่านดอกงิ้ว 9

ภาคินไม่รู้เลยว่าธัญเทพเห็นภาพของภาคินพาไลลาออกจากโรงพยาบาล เพราะไลลารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่เป็นของตระกูลธัญเทพ และผู้ชมอีกคนก็คืออารียา ที่มาสืบเรื่องเมียน้อยของคนอื่น มาตรวจดูว่าเมียน้อยของสามีผู้จ้างท้องจริงหรือเปล่า อารียากำลังจะถ่ายรูปของภาคินไลลาไปให้เพื่อให้นดู แต่ธัญเทพห้ามเอาไว้เพราะอารียากำลังจะทำให้ ครอบครัวของมีนรญาแตกแยก อารียาโมโห ไม่อยากให้เพื่อให้นตาบอด ธัญเทพคิดว่าอารียามีท่าทางเกลียด เมียน้อยมาก เลยพูดจาแทงใจดำแบบหมอจิตแพทย์ทำเอาอารียาโมโห ธัญเทพมาก แต่ธัญเทพไม่สนใจ บอกว่าห้ามไม่ให้อารียาบอกเรื่องนี้กับมีนรญา

ไลลาลิงโลด สั่งให้รจนาถ่ายรูปไลลากับภาคินที่กำลังเข้าไปในคอนโดของภาคิน และส่งรูปไปที่หนังสือกอซซิปที่มี นักข่าวชาลี ที่ไลลามีบุญคุณ เพื่อให้ปล่อยข่าวออกไป ชาลีทำตามที่ไลลาบอกหวังจะได้เงิน เพราะเวลาไลลาสั่งอะไรก็จะมีเงินก้อนใหญ่ตามมาให้ทุกที
ข่าวภาคินพาไลลาไปที่คอนโดกลางเมืองลงหน้าหนึ่งหนังสือซุบซิบสำราญใจ มีนรญาโมโห หาเรื่องภาคิน จนขอหย่า ภาคินไม่ยอม บอกว่าพึ่งจะแต่งจะหย่าก็เสียหน้าคนในสังคมหมด คนอย่างมีนรญายอมได้เหรอที่จะโดนนินทา มีนรญาไม่รู้จะทำยังไง เลยไประบายกับธัญเทพ จิตแพทย์ประจำตัวก่อนที่จะบ้าไปก่อน

หงส์ที่เห็นข่าวรีบมาหาลูกที่ที่อยู่ใหม่ ไม่ชอบใจที่ลูกไปเป็นเมียน้อยคนอื่น เพราะถึงหงส์จะเป็นโสเภณีแต่ก็ไม่เคยแย่งของใครมา ไลลาไม่สนใจ ให้เงินแม่ แล้วไล่แม่ให้กลับไป ไม่วายต่อว่าแม่ที่เป็นโสเภณีแต่จะมาสอนลูก คำพูดที่แทงใจดำหงส์ทำให้หงส์พูดไม่ออก ในตอนนั้นภาคินที่สมุทราะกับเมียมาหาพอดี ภาคินสงสัยว่าหงส์เป็นใคร ไลลาบอกว่าเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาด ไลลากดแม่ให้ต่ำ สร้างความเจ็บช้ำให้กับหงส์ เพราะถูกคนเหยียบย่ำไม่เจ็บเท่าลูกเหยียบ หงส์ขอตัวกลับ ไลลามองตามหลังแม่ด้วยความสะใจ หันไปสนใจภาคิน
ภาคินไม่รู้สึกตัวเหมือนกันว่ามาที่คอนโดทำไม แต่พอไลลาเอาอกเอาใจ ก็เผลอมีความเกี่ยวพันเพราะห่างจากมีนรญามาสักพัก บวกกับความเครียดเลยหาที่ระบาย ไลลาก็สนองตอบได้ถึงใจ อย่างที่ภาคินต้องการ

เสือก็ยังเป็นเสือวันยันค่ำ…ภาคินก็เป็นเสือหลับชั่วคราวเพียงแค่นั้นพอตื่นก็เปลี่ยนเป็นเสียหิวที่ไม่รู้จักพอ!

รักพลิกล็อก

จุดเริ่มของเรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่ออภิมหาเศรษฐี กิตติพัศ(คณิน ชอบประดิถ) ชายหนุ่มหล่ออบอุ่นมีเสน่ห์เจ้าของสนามแข่งม้า กลับมาพบ พาทิศ(ปีเตอร์ เดนแมน)ชายหนุ่มสุดเนี้ยบหน้าตายเจ้าของบริษัทสิ่งพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ซึ่งทั้งคู่เคยมีอดีตพัวพันกันมาก่อน ในขณะที่ พาทิศดูจะยังจมปลักกับอดีต กิตติพัศชายหนุ่มพาเพลินดูจะไม่สนใจอดีตอะไรก็ตามซึ่งยิ่งทำให้พาทิศ เพิ่มความขุ่นเคืองใจ ความวุ่นวายของสองชายหนุ่มทวีคูณขึ้นเพราะมีสองสาวศรุดา(มณีรัตน์ ศรีจรูญ)และนวียา(สุชาว์ มานะยิ่ง)เผ่านาในชีวิต ทำให้ความเกี่ยวเนื่อง นี้เป็นรักชุลมุน

ศรุดานั้นเป็นดีไซน์เนอร์สาวสวยเลอค่าเพิ่งจะกลับมาจากเมืองนอกและกำลังเริ่มความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ แต่คุณเองและพาทิศคือรักนัดแรกตั้งแต่สมัยเรียน ในอดีตศรุดาพบว่าพาทิศมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น จนเรียนไม่จบ ศรุดาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าพาทิศผู้ชายที่คุณคิดว่าแสนดี เหตุใดจึงทำเช่นนี้ จึงขอเลิก กับพาทิศแล้วหนีไปเมืองนอก พาทิศนั้นรู้สึกผิดต่อศรุดาและยังคงรักศรุดาเสมอมา เมื่อพาทิศรู้ว่าศรุดากลับมาไทยจึงแสดงเจตจำนงว่าจะกลับมาดูแลศรุดา โดยใช้ความเป็นเจ้าของบริษัท สิ่งพิมพ์มาขอให้คุณช่วยเป็นบรรณาธิการข้างแฟชั่นของนิตยสารเล่มใหม่ ศรุดากลับเลือกมาทำงานกับกิตติพัศ โดยรับเป็นผู้ออกแบบชุดขี่ม้าให้กับสนามแข่งม้าที่กิตติพัศเป็นเจ้าของ แต่ความเกี่ยวพันของศรุดาและกิตติพัศใช่ว่าจะราบรื่นเพราะมีกิตติยา(สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย)น้องสาวของกิตติพัศ และ คู่หู เบด(ดีเจนุ้ย)คอยหวงก้างกันท่าพี่ชาย เพราะไม่ชอบทั้งศรุดาและนวียา คอยหาเรื่องแบบเด็กๆ

นวียาจ๊อกกี้สาวสดใสช่างฝันเคยร่วมคัดตัวทีมชาติในการแข่งขันขี่ม้าแต่ตกรอบเปลี่ยนเป็นปมในชีวิต นวียาฉาบตัวเองว่าการแข่งม้าไม่ใช่ความฝันของคุณอีกต่อไปจึงรับจ๊อบจิปาถะแต่คนที่รู้จักตัวตนของ นวียาได้ดีที่สุดคือกิตติพัศ เพราะสนิทสนมกันมาแต่เด็กๆ นอกจากนี้อาของกิตติพัศหรือโค้ชยักษ์(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล)ก็เคยเป็นโค้ชเก่าของนวียา โค้ชได้ส่งมอบกิจการสนามแข่งม้าให้กิตติพัศไปแล้วและผันไปเป็น บาริสต้า ร้านกาแฟของโค้ชคือที่พบปะเจอะกันของกิตติพัศและนวียา โดยจะมีโค้ชที่คอยแนะนำสั่งสอนในแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ กิตติพัศผูกพันกับนวียาและความลึกซึ้งนี้ยากจะแจกแจงว่าเป็นแบบเพื่อให้น พี่ชายน้องสาว…หรือคนรัก กิตติพัศไม่อยากให้นวียาเลิกจากการขี่ม้าจึงว่าจ้างให้มาทำงานที่สโมสร เพราะไม่อยากให้ห่างจากเขา แต่กิตติพัศชอบศรุดาที่เต็มไปด้วยความสวย มีเสน่ห์ เย้ายวน เท่าทันผู้ชาย แต่นวียาก็น่ารักและน่าดูแล ให้ความอบอุ่น กิตติพัศตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณและเอนเอียงมาทางศรุดา

เรื่องเริ่มวุ่นขึ้นเมื่อนวียาและพาทิศเกิดมีอุบัติเหตุแล้วรู้จักกันมากขึ้น ความเกี่ยวพันของทั้งสองเป็นแบบ คู่กัดกันขนานแท้ นวียาได้รู้จักพาย(ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล))ซึ่งเรียนที่โรงเรียนของนนทวี(ธนา ฉัตรบริรักษ์)ครูใหญ่ใจดีพี่ชายของนวียา พายดูจะมีปัญหากับเพื่อให้นๆ แต่กลับมีความอ่อนโยนเข้าใจสัตว์เป็นอย่างดี ความถนัดพิเศษ ของพายนี้เป็นจุดที่ทำให้นวียาอยากเรียนรู้ว่าการเข้าใจสัตว์นั้นทำอย่างไรโดยหวังให้ตัวเองขี่ม้าได้ดีขึ้น นวียาจึงปลอมตัวมาเป็นแนนนี่ที่บ้านพาทิศ ใช้ชื่อของเพื่อให้นสาวครูโซดา(รดา ศิริวัฒนา) พายกับนวียาเข้ากันได้ดีจนพาทิศแปลกใจแต่ก็ต้องยอมรับ แต่ก็มีเรื่องคอยสมุทราะกัดกันต่างๆอย่างมาก แม้แต่แม่พาทิศ(พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ)ก็งงกับความชำนาญของนวียาจนมี สมมติฐานต่างๆนานา

แต่ในที่สุดพาทิศจับการปลอมตัวนี้ได้แต่ก็ต้องจำยอมเพราะพายติดนวียาเหลือเกินและนวียาดูเหมือนแก้ปัญหาที่พายมีที่โรงเรียนได้ นวียาเริ่มเห็นกิตติพัศกับศรุดาใกล้ชิดกันก็เสียใจ กิตติพัศนอกจากจะเป็นไอดอลของนวียาแล้ว ยังเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวที่คอยช่วยเหลือคุณเสมอมา แต่ด้วยความที่เริ่มรักพาย และรู้จักพาทิศมากขึ้นนวียาก็หันมามุมานะในด้านการแข่งม้า ส่วนพาทิศนั้นก็เสียใจที่ศรุดาเริ่ม ความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ คู่กัดพาทิศ/นวียาเริ่มจูนเข้าหากันแล้วพบว่าทั้งคู่เหมือนจะเติมเต็มชีวิตกัน นวียาและนนทวีช่วยกันแก้ไขให้พายได้ดี ในขณะที่พาทิศก็ช่วยปรับชีวิตของนวียาให้เข้ารูปมากขึ้น

เมื่อกิตติพัศมองว่านวียาเริ่มสนิทกับพาทิศก็เริ่มหวงก้าง ศรุดาเริ่มไม่มั่นใจในความ มั่นคงของกิตติพัศ ประกอบกับประวัติรักอับปางในอดีตของตน ความไม่มั่นใจในความรักจึงทวีคูณ ศรุดาจึงหันมาเชื่อว่า พาทิศน่าจะเป็นคนที่มั่นคงกว่า ถึงตามความคิดศรุดายังเชื่อว่าพาทิศตอนเด็กๆ พลาดไปมีลูกกับคนอื่น แต่ความผิดพลาดในอดีตนั้นศรุดาเริ่มมองผ่านได้ ความโหยหาในความมั่นคงจากพาทิศมากยิ่งขึ้น ศรุดารับปากเข้าทำงานหนังสือแฟชั่นของพาทิศ

เรื่องเข้มข้นขึ้นเมื่อทั้งสี่เกิดต้องไปทำงานร่วมกันที่เขาใหญ่ พาทิศกับนวียาเกิดหลงป่าไปสองต่อสอง ทำให้ความข้องเกี่ยวลึกซึ้งขึ้น ความเป็นห่วงของกิตติพัศต่อนวียาซึ่งสนิทกันตั้งแต่เด็กทำให้ศรุดายิ่ง ขาดความมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันศรุดาก็ต้องดูแลพายและเริ่มเข้ากันได้ดี พอพาทิศและนวียากลับ จากหลงป่า มีช็อตเด็ดว่าของขวัญที่ศรุดาเคยให้กิตติพัศเกิดไปอยู่ในมือนวียา ทำให้ศรุดาเสียความรู้สึก ศรุดามึนเมาและในที่สุดทวงคำสัญญาของพาทิศที่เคยว่าจะดูแลศรุดาเสมอไป

กลับมากรุงเทพถึงพาทิศจะรู้สึกผิดกับนวียา แต่เขาก็เริ่มเดทศรุดาอีกรอบ ความเกี่ยวเนื่องในยามเด็ก ทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจกันลึกซึ้งอย่างรวดเร็ว ศรุดากับพายก็เข้ากันได้ดี ทางนวียาและกิตติพัศเสียศูนย์แต่ก็ได้ซึ่งกันและกันปลอบใจ ความเชื่อมโยงประกอบกับความรักม้า ทำให้ทั้งสองเริ่มซ้อมม้าด้วยกัน โดยมีกิตติพัศคอยเป็นโค้ชให้ เวลาที่มียามคำคืนที่ซ้อมม้าด้วยกัน ทำให้ทั้งสองเป็นสุข จนแปลงเป็นความโรแมนติก การพัฒนาการขี่ม้าของนวียาก็เพิ่มขึ้น
อรจิรา(อัมราภัสร์ วรรธนะกุล)พี่สาวพาทิศ ในอดีตอรจิราท้องโดยไม่ได้ตั้งมั่นจึงทิ้งลูกไว้ให้พาทิศเลี้ยง ซึ่งก็คือพายนั่นเอง

เมื่ออรจิรากลับมาแม่ของคุณแนะนำว่าอย่าเพิ่งจะเปิดเผยให้พายทราบเพราะหลานคงยังไม่พร้อม อรจิราเริ่มรักพายจึงอิจฉาและกลั่นแกล้งศรุดาซึ่งดูกับพายและพาทิศประหนึ่งเป็นครอบครัวที่ บริบูรณ์ นอกจากนี้พอรู้ว่ากิตติพัศแฟนเก่าที่อรจิราเคยพยายามที่จะผูกมัดแต่ไม่สำเร็จนั้น ก็เคยมาอกหักเสียศูนย์เนื่องด้วยศรุดา สิ่งนี้ทำให้คุณยิ่งอิจฉาเข้าไปใหญ่

อรจิราเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทพาทิศเพราะพ่อทำพินัยกรรมไว้ก่อนพาทิศเกิด คุณจึงมีอำนาจกลั่นแกล้งศรุดาต่างๆนานา พาทิศเข้าข้างศรุดาจึงทำให้อรจิรายิ่งเคียดแค้น เหตุทำให้นวียาต้องมาที่ออฟฟิตของพาทิศ พาทิศยังรู้สึกผิดที่ทำให้นวียาเสียใจและมีโมเม้นสปาร์กกัน ที่ออฟฟิศนวียาเริ่มสงสัยว่าอรจิรานี่คือแม่ของพายและเริ่มทำการสืบ แต่สุดท้ายก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้ว่าพ่อของพายคือนนทวี พี่ชายของคุณเอง และนวียาเป็นน้าแท้ๆของพายด้วย เพราะอดีตนนทวีไปเผลอมีสัมพันธ์กับอรจิราโดยไม่ตั้งอกตั้งใจ แต่อรจิราปฏิเสธ เพราะคิดว่านนทวีไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณ การสืบเรื่องพ่อของพายทำให้นวียาใกล้ชิดกับพาทิศมากขึ้นอีก

วันแข่ง ม้าของนวียาและวันเกิดพายใกล้เผ่านา แต่ก่อนหน้านั้นมีเหตุให้ กิตติพัศ ศรุดา พาทิศ นวียา อรจิรา นนทวี ต้องไปชายสมุทรด้วยกัน อรจิราถึงกับสร้างสภาวะให้ดูเหมือนว่าได้กลับไปมีความเกี่ยวข้องกับกิตติพัศ ที่สมุทร ศรุดาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองหึงอรจิรากับกิตติพัศ ความเศร้านี้ยิ่งกว่าครั้งที่คิดว่าพาทิศไปทำผู้หญิงอื่นท้อง นวียาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ได้รักกิตติพัศเพราะไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไรอรจิรา นวียามั่นใจว่ากิตติพัศรักศรุดาอย่างจริงใจ

เมื่อทุกคนกลับมากรุงเทพก็ถึงวันเกิดพาย นนทวียอมรับกับนวียาว่าเคยมีอะไรกับอรจิรา ส่วนอรจิราถึงขีดสุดเพราะกิตติพัศดูถูกว่าไม่มีทางชนะใจเขาได้ ยิ่งอรจิราสร้างเรื่องว่ามีอะไรกัน ก็ยิ่งทำให้กิตติพัศขยะแขยง อรจิราตัดสินใจโกหกทุกคนว่าพายคือลูกของตนกับกิตติพัศ ตอนเป็นแฟนกันตอนเด็กๆ เพื่อให้ทำลายความรักของกิตติพัศและศรุดา พายเกิดได้ยินจึงหนีออกจากงานและเกิดอุบัติเหตุ เนื่องมาจากการต้องการเลือด จึงศึกษาค้นพบกันว่ากิตติพัศไม่ใช่พ่อของพายแน่ๆ

ความวุ่นวายทำให้นวียาขาดการซ้อม กิตติพัศขอศรุดาไปช่วยแต่ก็ช่วยเหลือไม่ได้มาก พาทิศแวะมาดูการซ้อมและให้กำลังใจ ความรักของพาทิศจะทำให้นวียาพร้อมขึ้นทันไหม วันแข่งขันขี่ม้าคือบทสรุปสุดท้ายที่ทุกอย่างคลี่คลาย ความรักของชายหนุ่มสาวสามคู่จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องตามลุ้น ตามเชียร์ ตามชมได้ใน รัก พลิก ล็อก

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 7

คนจากวังหลวงนำเรื่องโรงพยาบาลมา บอกกับราษฎร

“พระราชาทรงพระราชทานตึกทางการในเขตตะวันออกเฉียงเหนือ ตรอกที่สอง เพื่อให้สร้างเป็นโรงพยาบาลเจจุงวอน เพื่อให้ให้นายแพทย์ชาวอเมริกันชื่อหมออัลเลน ใช้ทำการรักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วย เวลาทำการของโรงพยาบาลเจจุงวอนคือบ่ายโมงถึงช่วงเวลาห้าโมงเย็น แพทย์อัลเลนมีทักษะและเชี่ยวชาญในด้านการผ่าตัด โดยเฉพาะการตรวจรักษาภายนอก เพียงมองปราดเดียวก็วินิจฉัยโรคได้ ตอนนี้โรงพยาบาลมีห้องพักผู้ป่วยที่พร้อมสำหรับทั้งชายและหญิง ผู้ใดเจ็บป่วยก็เชิญเข้าไปรับการรักษาที่นี่ได้ถ้วนหน้า”

  
หมออัลเลนนำชุดสำหรับปฏิบัติงานมาให้ฮวางจองใส่ และมอบหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ในโรงพยาบาลให้ โดยต้องจัดยาและการดูแลผู้ป่วย ด้านพวกญี่ปุ่นต้องการฮุบโรงพยาบาล จึงได้ให้คิมโทน ไปปล่อยข่าวว่าฝรั่งเป็นพวกกินเด็ก เพื่อให้ทำให้เกิดการต่อต้านฝรั่ง

วันเปิดโรงพยาบาล ยองอิกขึ้นไปพูดต่อหน้าคนที่ร่วมงาน

“ทุกท่าน วันนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เพราะพระราชาทรงมีพระมหากรุณาดั่งมหาสมุทร ที่ให้ก่อตั้งเจจุงวอนนี้ขึ้นมา และได้ตั้งให้หมอ     อัลเลนเป็นผู้บริหาร ให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน เพื่อให้ช่วยรักษาคนที่เจ็บป่วย ซึ่งเป็นการอุทิศเสียสละเพื่อให้การพัฒนาการแพทย์โชซอน เชิญ..ผู้อวยการอัลเลน ท่านกล่าวอะไรสักหน่อย”

“ฮะแฮ่ม ผมต้องการจะขอกล่าวอะไรสักบางส่วน แม้จุดเริ่มของเราจะไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก แต่ผลมันต้องยิ่งใหญ่แน่ๆ ในตอนนี้ ผมขอให้ทุกคนพูดตามผม เจจุงวอนจงเจริญรุ่งเรือง”

“เจจุงวอนจงเจริญก้าวหน้า”

“เฮ้อ โอเพ่นเดอะดอร์ เปิดประตูได้”

“เพื่อให้มาต้อนรับคนไข้คนแรกของโรงพยาบาลเจจุงวอนของเรา” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเปิดประตูละนะ” ชักแท กล่าว

“ไอ้พวกฝรั่ง..ๆ ๆ ไปให้พ้น ไอ้พวก     ฝรั่ง ๆ” ประชาชนผู้คนจำนวนมากมาประท้วงหน้าโรงพยาบาลขว้างหินใส่ จนโดนหมออัลเลนหัวแตก   ฮวางจองพยายามออกไปอธิบายให้ราษฎรฟังว่าที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยนะ ไม่ใช่สถานที่จับเด็กมากินตามที่ราษฎรเข้าใจ แต่ก็ยังถูกต่อต้าน มองชง เผ่านาช่วยฮวางจองให้หลบเข้าไปข้างใน

“โอ๊ย โดนก้อนหินไปร้อยลูกได้มั้งเนี่ย เจ้าอยากตายนักรึไงฟะ?” มองชง กล่าว

“เจ้ามาทำอะไรเนี่ย?” ฮวางจอง ถาม

“ยังจะทำอะไรล่ะ ข้างนอกบ้าคลั่งกันอย่างนั้น อ้อ ดูนี่ ข้างนอกมีป้ายนี้ติดเต็มไปหมดเลย ดูสิ” มองชง กล่าว

“เจจุงวอนเป็นที่ลักลอบกินเด็กทารก แล้วเราจะมัว..นิ่งเฉยอยู่ได้ยังไง เราควรจะลุกขึ้นมาเพื่อให้ต่อต้านพวกฝรั่งและพวกที่ไปสมคบฝรั่ง เพื่อให้จะลงโทษพวกมัน ตามเจตนาของสวรรค์”

“ไอ้พวกโง่เง่าเอ้ย เจอุ๊ก เจ้าช่วยไปแจ้งกองปราบให้ทีสิ” โดยัง กล่าว

“มันน่าสนุกดีออก อย่าพึ่งตื่นตูมเลย เจจุงวอนเปิดไม่สำเร็จเจ้าแซ่ฮวางมันก็จะซวยด้วย” เจอุ๊ก กล่าว

“นี่เป็นโรงพยาบาลของประเทศ ยังไม่รีบไปอีก”

“เอาน่า รู้แล้วน่า”

ประชาชนกำลังจะบุกเผ่านา โดยังบอกให้ใต้เท้ายู และทุกคนหนีไปหลังแล้วแจ้งกองปราบ แต่หมออัลเลนไม่หนี เพราะเป็นห่วงเครื่องมือรักษาคนไข้ โดยังบอกให้ทุกคนหนีไปบ้านเจ้ากรมอากรที่อยู่ใกล้เคียงส่วนตนจะอยู่ดูสภาพการณ์ และดูหมออัลเลนที่ยังอยู่ไม่ยอมหนี

ซ็อกรัน และมักเซง ไปเดินเลือกซื้อปากกาที่ตลาด จนได้รู้ว่ามีการต่อต้านเรื่องโรงพยาบาล จึงรีบมาที่โรงพยาบาล พยายามอธิบาย ให้ราษฎรฟัง แต่ก็ไม่เป็นผล จนเกิดการต่อสู้กัน โดยังออกมาช่วย

“เป็นยังไงบ้างคะ ท่านบาดเจ็บแล้ว”       ซ็อกรัน ถาม

“เจ้ามาที่นี่ทำไม?” โดยัง ถาม

“เพราะข้าเป็นห่วงท่านพ่อ ท่านเห็นพ่อข้าบ้างมั้ย?”

“เฮ้อ ท่านหลบไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ไปเถอะ”

“แล้วบัณฑิตฮวางล่ะคะ หมออัลเลนหลบไปแล้วใช่มั้ย พวกเค้าเป็นยังไงบ้าง?”

“กำลังไปเก็บเครื่องมือในห้องผ่าตัด”     โดยัง กล่าว

“ห้องผ่าตัดเหรอ?” ซ็อกรัน กล่าวแล้วรีบออกไป

“ซ็อกรัน” โดยัง เรียก

ซ็อกรัน เผ่านาที่ห้องผ่าตัด ก็พบกับฮวางจอง จากนั้นโดยังก็ตามมาบอกว่าพวกราษฎรถูกจับกุมไปหมดแล้ว

“ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบงี้ในวันแรก” มือปราบ กล่าว

“ของที่แตกหักไปก็เอาไว้ค่อยไปซื้อหาเอาใหม่เถอะ ขอแค่แพทย์ปลอดภัยก็พอ” ยองอิกกล่าว

“ข้าจะรีบตามหาต้นตอของหนังสือสนเท่ห์พวกนั้น” มือปราบ กล่าว

“ข้าว่ามันคงจะไม่ง่ายนัก ตอนนี้พวกประชาชนเชื่ออย่างปักใจว่าเนื้อหาในนั้นเป็นความจริง พวกคนป่วยคงไม่มารักษาที่นี่”

“ผมควรจะไปบอกกับพวกเค้าด้วยตัวเอง ให้พวกเค้ารู้ว่าไม่จริง” หมออัลเลน กล่าว

“อันตรายเกินไปนะครับ” ฮวางจอง กล่าว

“แต่ผมคิดว่าแพทย์ไม่ควรจะออกไปเวลานี้นะ” ยูกล่าว

“ขอโทษที่เสียมารยาทถาม เอ่อ หลังจากเหตุการณ์นี้เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปหรือครับ?” ฮวางจอง ถาม

“จะเป็นยังไง ชื่อของโรงพยาบาลก็อาจจะหายไป” โดยัง กล่าว

“อาจจึงควรปิดโรงพยาบาล” หมออัลเลน กล่าว

“คงจะไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เราต้องเอา  ชนะอุปสรรคคราวนี้ไปให้ได้” ยู กล่าว

“ข้าก็คิดอย่างนั้น อย่าเพิ่งจะวิตกกังวลจนเกินไป ทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่” ยองอิก กล่าว

“ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ขอบคุณมาก ๆ แล้ว..แขกที่มาร่วมงานวันนี้..”

“อ้อ ผมส่งเค้าไปที่บ้านท่านเจ้ากรมอากรอย่างปลอดภัยแล้ว”

“อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นเรารีบมาซ่อมแซมของกันดีมากยิ่งกว่า”

“ครับ ถ้าอย่างนั้น ข้าขอไปตรวจดูความเสียหายก่อนนะครับ” ฮวางจอง กล่าว

ทูตญี่ปุ่น และวาตานาเบ้ เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ทูลเรื่องที่ประชาชนอกสั่นขวัญแขวนเป็นเพราะโรงพยาบาลเจจุงวอนที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นมา การตั้งโรงพยาบาลขึ้นในช่วงที่พวกตนไม่อยู่หมายความว่าอย่างไร

“เพราะว่า เราต้องมีโรงพยาบาล และพอดีมีหมออัลเลนอยู่ อย่ามาหัวเสียเรื่องแค่นี้เลย” พระเจ้าโกจง ตรัส

“จะไม่ให้ไม่พอใจได้ยังไงกัน อ้อ อันที่จริง เมื่อตั้งและควรเป็นไปด้วยดี แต่นี่เป็นเพราะราษฎรไม่เชื่อมั่นในพวกฝรั่งหัวแดง ถึงได้ไม่มีคนไข้ไปรักษา” วาตานาเบ้ กล่าว

“เราอยากกราบทูลว่า หากพระองค์ต้อง การให้เราช่วย ก็ขอให้พระองค์ตรัสบอกเราได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” ทูตญี่ปุ่น กล่าว

วาตานาเบ้รายงานทูตญี่ปุ่นว่าแผนทุกอย่างราบรื่น

“เจจุงวอนเสมอเหมือนสัญลักษณ์ของความทันสมัย อย่าปล่อยให้ดอกไม้ดอกนี้เบ่งบานได้โดยเด็ดขาด”

“ไฮ้ ถ้าหากไม่รดน้ำ มันก็ย่อมต้องเหี่ยวเฉาตายไปเอง ถ้าไม่มีคนไข้ไปรักษา สักวันเจจุงวอนก็ต้องปิดลง ฮะ ๆ ๆ”

หมออัลเลนมารักษาประชาชน แต่ถูกราษฎรปฏิเสธ ฮวางจองพยายามพูดจาหว่านล้อมให้ราษฎรยอมให้ทำแผล ซ็อกรันนำอาหารมาให้ แต่ถูกกั้นไม่ให้เข้า จนชักแทออกมาพบ

“อ้าวคุณหนู อ้าว ๆ นี่อะไร ๆ โอ๊ย ให้พวกข้าเหรอ หมออัลเลนกำลังรอท่านอยู่ข้างใน นี่ ทั้งสองท่านนี้ เป็นเหมือนคนในเจจุงวอนเหมือนกัน ดังนั้นเข้าไปเถอะ ไปได้ ไปเถอะ ไป ขอบคุณพวกท่านมากนะ”

“ฮะ ๆ ๆ”

“ไอ้เจ้านี่ นิสัยขอทานชัด ๆ ฮึ่ย” ชักแท กล่าว

“โธ่ งั้นก็หาชุดอย่างงี้มาให้ข้าใส่มั่งสิ คิดว่าข้าเป็นขอทานแล้วจะข่มได้เรอะ” มองชง กล่าว

“ทุกคนปลอดภัยใช่มั้ย แล้วคุณชายฮวางล่ะ?” ซ๊อกรันถาม

“ปลอดภัยดีครับ ข้าคุ้มครองนายท่านอย่างดีเลยครับ” ชักแท กล่าว

“ฮะ ๆ ๆ ข้าว่าเจ้าเอาแต่คุ้มครองประตู  มากกว่ามั้ง?” มองชง กล่าว

หมออัลเลนรักษาประชาชน โดยให้ฮวางจองช่วยพลิกตัวผู้ป่วย

“ดูเหมือนเลือดจะออกมาจากหลัง” โดยัง กล่าว

“โอ้โห ท่าจะเจ็บแฮะ ร่างกายอย่างงี้ยังจะออกมาปาหินอีก” เจอุ๊ก กล่าว

“โอ๊ย แฮ่ก ๆ ฮือ ๆ” คนไข้ร้อง

“เป็นเอนอลฟิสทูลาจนทะลุเป็นโพรงแล้ว” หมออัลเลน กล่าว

“เรียกว่าฝีคัณฑสูตร เป็นฝีที่เกิดขึ้นจากเนื้อที่โผล่มานอกรูทวารหนัก” โดยัง กล่าว

“ใช่แล้วครับ”

“คงจะเจ็บมากใช่มั้ย เริ่มเป็นอย่างงี้นับจากไหร่?” ฮวางจอง ถาม

“ตั้งแต่.. โอ๊ย”

“ยังไม่รีบบอกมาอีก ปล่อยไว้อย่างงี้เจ้าต้องตายแน่” โดยัง ขู่

“หา ตาย..เหรอ ฮือ ๆ ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ รีบบอกเรามาเถอะ”

“แฮ่ก ๆ เกือบ แทบจะหนึ่งปีแล้ว”

“คุณเป็นไข้สูง เข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ด้วยใช่มั้ย?” หมออัลเลน ถาม

“ใช่”

“เค้าอาการหนักมาก ต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด”

“ครับ เดี๋ยวข้าจะไปทำความสะอาดห้องผ่าตัดเอาไว้ก่อน”

“เฮ้อ จะไปรอดได้ยังไง เป็นข้ากัดลิ้นตัวเองตายไปแล้ว ทั้งน่าอายทั้งทรมาน โอย อะไร?” เจอุ๊ก กล่าว

“รออยู่นี่นะ” โดยัง กล่าว

หมออัลเลน ตัดสินใจจะผ่าตัดคนไข้ โดยจะใช้วิธีเอาเนื้อรอบ ๆ ไปเย็บติดแทนที่ โดยังขอเข้าไปดูการผ่าตัดด้วย หมออัลเลนอนุญาตพร้อมถามว่าทำไมไม่ยอมมาเป็นผู้ช่วยเป็นเพราะมิสเตอร์ ฮวางใช่มั้ย โดยังปฏิเสธ บอกว่าตนจะไปเรียนต่อญี่ปุ่นแต่เกิดปัญหาก่อน จึงคิดจะไปเรียนที่อเมริกา หมออัลเลนจึงแนะนำมหาวิทยาลัยดี ๆ ให้ จากนั้นก็ตำหนิโดยังที่เมื่อกี้ไปข่มขู่คนไข้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยังจึงรีบขอโทษ

 ซ๊อกรันมาเข้าครัวเพื่อให้ทำอาหารให้คนที่โรงพยาบาลทาน ฮวางจอง เผ่านาเห็นก็สอบถามว่ามาที่นี่อีกได้อย่างไร ซ๊อกรัน จึงให้ฮวางจองช่วยชิมอาหารความสามารถตน ระหว่างนั้นโดยังเผ่านาเห็นพอดี

“คุณชายเบ๊ก”

“มาทำอะไรที่นี่ มานับจากไหร่?” โดยัง ถาม

“คิดว่าทุกคนยังไม่ได้กินข้าวกันเลย”

“กลิ่นหอมนี่กลิ่นอะไรครับ” หมออัลเลน เผ่านา

“เป็นข้าวปั้นน่ะค่ะ จะลองกินดูมั้ยคะ?”

“ขอบคุณมากครับ ผมขอผ่าตัดเสร็จก่อนแล้วค่อยกิน”

“ซ๊อกรัน เจ้ามาทางนี้กับข้าหน่อย เจ้ามาทำอะไรที่นี่ฮ้า?”

“เฮ้อ ข้าก็บอกไปแล้วไง ว่าห่วงว่าทุกคนยังไม่ได้กิน..”

“เรื่องแค่นี้ให้คนใช้ทำก็ได้”

“คุณชายคะ”

“ที่จริง ภายหลังที่เจ้าปล่อยตัวเจ้าฮวางจองไปแล้ว ข้าก็ให้มือปราบจงไปสืบเรื่องของเค้า”

“มือปราบจงก็คือ.. คนที่หมออัลเลนช่วยผ่าตัดศีรษะให้เค้าเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว ตอนมือปราบจงถูกหามเผ่านา เหมือนเค้ากำลังจะบอกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับฮวางจอง แต่ พอฟื้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย ที่มือปราบจงหายไป น่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง พูดอีกอย่างคือ ฮวางจองไม่ใช่คนที่เจ้าควรจะช่วยเหลือรู้มั้ย เค้าเป็นคนอันตราย”

“คนที่ดูอันตรายคือคุณชายต่างหาก”

“อะไรนะ?”

“ข้าเคยบอกแล้วไงว่า ข้าไม่ได้มาเพราะบัณฑิตฮวางคนเดียว ผ่านาที่นี่เพราะต้องการจะช่วยทุกคน การช่วยเหลือมีการแบ่งแยกได้ด้วยเหรอ ว่าควรไหมควรช่วย”

“ซ๊อกรัน”

“ท่านดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ คุณชายเบ๊กที่ข้าเคยรู้จัก เค้าจะคบหาถูกคอกับบัณฑิตฮวางที่มีทักษะทางการแพทย์ ถ้าเป็นคุณชายที่ข้าเคยรู้จัก เค้าต้องเข้าใจและรู้ก่อนใครด้วยซ้ำว่าบัณฑิตฮวางไม่ใช่คนที่ทำให้พ่อของท่านตายจากการรักษาครั้งนั้น การที่ท่านเอาแต่สงสัยคนอื่นและรู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องอันตรายจริง ๆ ข้าจะกลับก่อนละ”

“ที่ข้าไม่สบายใจ ไม่ใช่แค่เพราะความสงสัย ที่ข้าต้องไม่สบายใจ เพราะไม่ชอบเห็นเจ้าอยู่กับมัน”

“คุณหนู คุณหนู อยู่ที่ไหนคะ ข้าวแข็งหมดแล้ว” มักเซง เผ่านา

ซ๊อกรัน เดินออกมาก็พบกับ ฮวางจอง เขาบอกนางว่า ต่อไปไม่ต้องห่วงตนแบบงี้เพราะกลัวโดยังเข้าใจผิด จากนั้นก็ขอโทษที่ได้แอบฟังทั้งสองคุยกัน ซ๊อกรัน บอกว่าตนกับโดยังสมุทราะกันไปมาแบบงี้เป็นสิบปีแล้ว ต่อไปไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก

กระดาษที่ขายในตลาดถูกซื้อไปหมดเลย มือปราบจึงเร่งสั่งลูกน้องออกติดตามคนร้ายที่ติดแผ่นสนเท่ห์ไปทั่วเมือง โดยสอบถามจากพ่อค้าได้ลักษณะเป็นคนใส่หมวกฟางแบกย่ามแต่หมวกฟางปิดมาต่ำมากจึงมองไม่เห็นหน้า

พวกราษฎรที่เป็นคนไข้ทยอยเดินหนีออกจากโรงพยาบาล โดยัง กลัวว่าคนที่ออกไป ควรต้องออกไปพูดอะไรที่เป็นผลเสียกับโรงพยาบาล แต่หมออัลเลนบอกว่าควรจะรักษาคนไข้ก่อนปล่อยเค้าไป ด้านคิมโทน เผ่านาหาวาตานาเบ้ที่หอนางโลม บอกว่าตนกำลังถูกตามจับ วาตานาเบ้สั่งให้เขาเผาเสื้อผ้าและหมวกทิ้งให้หมดเพื่อให้ทำลายหลักฐาน

“ตอนนี้เจจุงวอน ถูกลือในทางร้ายขึ้นเรื่อย ๆ แผนของเรายังราบรื่นดี มันจำเป็นที่จะต้องมาอยู่ในมือเราสักวัน”

“ใช่ครับ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนครับ” คิมโทน กล่าว

“อย่าโผล่หัวไปให้ใครเห็นเชียวล่ะ ซ่อนตัวเอาไว้ให้ดี”

ทูตญี่ปุ่น เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ทูลเรื่องที่ฝรั่งต่างชาติที่ไม่ใช่หมอ ก็ยังถูกประชาชนเขวี้ยงก้อนหินไล่ส่ง

“ตอนนี้ไม่มีการติดประกาศสนเท่ห์แล้ว ไม่สิ คงจะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องติด เจจุงวอนเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งขึ้นมาด้วยเจตนาที่ดีมาก กระหม่อมคิดว่าอนาคตของโชซอนอยู่ตรงนั้น ดังนั้นเราควรจะทำให้มันเจริญรุ่งเรืองรุ่งเรือง”

“นี่ท่านทูต คิดจะพูดอะไรกันแน่” ยองอิก ถาม

“กระหม่อมมีวิธีแก้ปัญหากับเหตุการณ์คราวนี้ ได้อย่างง่ายดาย”

“จะแก้ยังไงล่ะ?” พระเจ้าโกจง ตรัสถาม

“เปลี่ยนตัวผู้อวยการโรงพยาบาลเจจุงวอน”

“นี่ท่านพูดอะไรห๊ะ?” ยองอิก ถาม

“เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอัลเลน ถ้าเปลี่ยนผู้อวยการโรงพยาบาล ก็จะช่วยแก้ปัญหาคราวนี้ได้ อ้อ แต่ต้องไม่ให้พวกฝรั่งมาเป็นต่อ ผู้มีฉายาว่า ฮิปโปเครติสแห่งญี่ปุ่นอย่างวาตานาเบ้ น่าจะเหมาะสมอย่างที่สุด พระองค์ทรงคิดว่ายังไง โปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หมออัลเลนจะออกไปตามหาคนไข้ด้วยตนเอง แต่โดยังเป็นห่วง เพราะข่าวลือร้ายแรงขึ้นมาก ระหว่างนั้น มองชง ก็เผ่านาบอกว่าหาคนไข้ที่ตูดเหวอะเจอแล้ว

“จริงรึเปล่า? หาเจอได้ยังไงน่ะ”

“ด้วยอาชีพของข้าไม่มีบ้านไหนที่ไม่เคยแวะไป เข้าไปบ้านนึงข้าก็รู้แล้วว่าบ้านนั้นมีช้อนกี่คันมีตะเกียบกี่คู่น่ะครับ”

“งั้นก็ดี ขอบใจมากนะ คราวนี้ผมคงต้องไปแล้ว”

มือปราบกับโดยังพยายามห้ามหมออัลเลน ไม่ให้ออกไปรักษาคนไข้ จึงขอให้บัณฑิตฮวาง ช่วยพูด แต่เขาบอกว่าจะออกไปกับหมออัลเลน เมื่อเจอคนไข้ก็รีบรักษา มือปราบจึงบอกว่าจะคุ้มครองไปเอง แต่หมอปฏิเสธบอกว่าจะทำให้ประชาชนตกอกตกใจกลัว

“ถ้าอย่างนั้น ข้าคงจะให้คุณไปไม่ได้หรอก” มือปราบ กล่าว

“ถ้าคุณจะขวางผม การทูตระหว่างสองประเทศคงมีปัญหาแน่ ต้องขอโทษด้วย ที่ผมต้องพูดจาแบบงี้ ยังไงผมก็ต้องไป”

“ถ้างั้น ท่านพกเอาไอ้นี่ไปด้วย”

“โน ผมจะพกอาวุธไปไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยสันติ ขอโทษด้วยครับ”

“ข้าจะคุ้มครองแพทย์ให้ดีที่สุด” บัณฑิตฮวาง กล่าว

“ด้วยการเอาตัวของเจ้า ไปสู้กับพวกบ้าคลั่งน่ะเหรอ?” โดยัง ถาม

ยองอิก เห็นขบวนเกี้ยวก็สอบถามว่าคนข้างในคือหมออัลเลนใช่มั้ย เมื่อรู้จากมือปราบว่าใช่ ก็รีบต่อว่า บอกให้ไปตามหมออัลเลนกลับมา เพราะหากหมออัลเลนเป็นอะไรไปก็เข้าทางพวกญี่ปุ่น วาตานาเบ้ คงได้มาเป็นผู้อวยการโรงพยาบาล เจจุงวอนแห่งนี้แทนแน่ๆ โดยังจึงออกไปขอร่วมเดินทางไปกับหมออัลเลนด้วย

หมออัลเลนมาหยุดที่บ้านหลังหนึ่ง บอกว่าจะมารักษาเจ้าของบ้านที่ป่วยหนัก เมียของชายที่ป่วยรีบขอบคุณถามว่าจะรักษาอย่างไร เมื่อหมออัลเลนออกจากเกี้ยวบอกจะผ่าตัดให้เอง เมียเจ้าของบ้านตระหนกตกใจร้องว่าผีฝรั่งไม่ยอมให้รักษาสามีของตน หมออัลเลนบอกทุกคนว่าจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด เมียเจ้าของบ้านร้องโวยวายจนประชาชนแห่กันมาจำนวนมาก เมื่อมองว่าเป็นหมอฝรั่งก็รุมกันจับทั้งหมดมัดไว้ แต่เจ้าของบ้านเริ่มอาการหนักขึ้นร้องหาคนช่วย ฮวางจอง จึงตะโกนขอร้องให้เมียอนุญาตให้ทำการรักษา

“โอ้ย ๆ แย่แล้ว ๆ พ่อเจ้าบองซัมกำลังจะตายแล้ว ฮือ ๆ ให้ผีฝรั่งรักษาก็ได้ เค้าบอกว่าจะเป็นใครมาก็ได้ แค่ช่วยให้เค้ารอดก็พอ”

“ถ้ายังปล่อยไว้อย่างงี้เค้าตายแน่ ให้โอกาสพวกข้าสักครั้งเถอะ ในเมื่อพวกเจ้าเฝ้าดูกันอยู่แบบงี้ แล้วพวกข้าจะกินคนได้ยังไงกันเล่า ข้าพูดถูกใช่มั้ย?” ฮวางจอง กล่าว

“รีบหาทางช่วยเค้าทีเถอะ โธ่พ่อเจ้าบองซัม”

“ถ้าช่วยไม่ได้ล่ะ กล้าเอาชีวิตมาแลกได้มั้ยล่ะ? ว่าไง จะยอมแลกด้วยชีวิตมั้ย?” ประชาชนถาม

“จะเอาชีวิตเป็นพนันไม่ได้” หมออัลเลน กล่าว

“ถ้างั้น มือข้างนึงเป็นไง”

“ถึง…ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”

“ฮะ ๆ ๆ งั้นเหรอ ถ้างั้น เจ้าเป็นตัวแทนได้ใช่มั้ย เจ้าชดใช้แทนเค้าก็ได้นี่ ทำไม ทำไม่ได้เหรอ คิดแล้วว่าต้องเป็นอย่างงี้ แค่ความเชื่อมั่นว่าจะ…ช่วยชีวิตได้ ยังไม่มีเลย”

“นี่เจ้าทำกับคนที่จะมาช่วยชีวิตคนอื่นอย่างงี้รึ?” โดยัง ถาม

“ข้าพนันด้วยมือข้า” ฮวางจอง กล่าว

“มิสเตอร์ฮวาง ไร้สาระเกินไป”

“แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวท่าน ถ้าช่วยเค้าได้ คนที่นี่ทั้งหมดจะได้เลิกเข้าใจผิดเจจุงวอนสักทีไงล่ะครับ”

“ใช่แล้ว พวกข้าจะยอมรับเจ้า ทุกคน เห็นด้วยรึเปล่า?”

“เห็นด้วย ๆ ๆ” ประชาชนคนจำนวนไม่น้อยตะโกน

“แล้วถ้าไม่สำเร็จจะไปรับผิดชอบยังไง?”

“ท่าน ผ.อ.ต้องทำสำเร็จแน่ครับ” ฮวางจอง กล่าว

“มิสเตอร์ฮวาง ผมจะรักษาเอง”

หมออัลเลนทำการผ่าตัดชายเจ้าของบ้านสำเร็จไปด้วยดี แต่คนป่วยยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นรู้สึกตัวขึ้น ประชาชนจึงกดดันฮวางจองให้รับโทษตามที่สัญญาพนันไว้

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 8

ฮวางจอง โดนประชาชนจับมือทุบจนกระดูกมือแตก หมออัลเลนจึงช่วยเข้าเฝือกมือให้ฮวางจอง จากนั้นราษฎรที่ได้รับการผ่าตัดก็ฟื้นขึ้นมา ประชาชนและเมียคนไข้จึงรีบขอโทษ โดยังจะจับประชาชนที่ก่อเหตุให้กับกองปราบ ให้กฎหมายลงโทษ ฮวางจอง บอกให้อภัยพวกราษฎรตนไม่เป็นไรมาก เรารักษาคนไข้สำเร็จแค่นี้ก็พอแล้ว

 

หมออัลเลนบอกให้ฮวางจองใส่เฝือกไว้จนกว่ากระดูกจะสมานตัวดี ถ้าเอาออกก่อนที่จะหาย มืออาจใช้ไม่ได้ตลอดชีวิต และบอกว่าต่อไปอย่าทำอย่างงี้อีกมันเสี่ยงเกินไป ตนไม่สามารถเอาชีวิตใครไปพนันเพื่อให้การรักษาได้ จากนั้นราษฎรและเมียคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดมาขอบคุณและขอโทษฮวางจองกับเรื่องมือที่บาดเจ็บ

โรงพยาบาลเริ่มมีคนไข้เยอะขึ้นหลังจากเริ่มได้รับการยอมรับจากราษฎร ยองอิกได้ทูลพระเจ้าโกจงว่า ถึงเวลาที่ควรจะคุยเรื่องโรงเรียนแพทย์ ที่ฝ่าบาทเคยตรัสไว้ พระเจ้าโกจงประสงค์ที่จะตั้งโรงเรียนแพทย์ เพื่อให้สร้างหมอที่เก่งออกมาก่อตั้งเจจุงวอนแห่งที่สองสามต่อไป ยองอิกทูลเสนอให้มีชื่อเฉพาะเพื่อให้ใช้เรียกแพทย์ตะวันตกว่า อึยซา

“ขงจื๊อบอกว่า บัณฑิตต้องมีอุดมการณ์ ทั้งยังยังต้องเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวพ่ะย่ะค่ะ ตำแหน่งของแพทย์ฝรั่งในเจจุงวอนก็เป็นอย่างนี้ ดังนั้นคำว่าแพทย์รวมกับคำว่าบัณฑิต เราก็เรียกว่าอึยซาดีมั้ยพ่ะย่ะค่ะ”

“นั่นสิ ชื่อนี้น่าจะแสดงความหมายของแพทย์ในเจจุงวอนได้เป็นอย่างดี อ้า จริงสิทูตญี่ปุ่น แล้วท่านคิดว่ายังไง อึยซา คิดว่าชื่อนี้เหมาะสมดีมั้ย” พระเจ้าโกจง ตรัสถาม

“เรียกว่าอะไรไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย แต่ยังไงก็ยินดีด้วยที่เจจุงวอนสามารถดำเนินการได้แล้ว”

“อ้อ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาขึ้นอีก ก็รับสั่งเรียกพวกกระหม่อมได้เสมอ” วาตานาเบ้ กล่าวทูล

“ข้ารู้สึกซาบซึ้ง..ในความหวังดีของพวกท่านมาตลอด”

“ถ้างั้น พวกกระหม่อมคงต้องทูลลาก่อน” ทูตญี่ปุ่น กล่าวทูล

“ฮ่า ๆ รู้สึกเหมือนของที่ติดคอมานานจู่ ๆ ก็หลุดไป ฮ่า ๆ ๆ ๆ” พระเจ้าโกจง ตรัส

 

หลังออกมาจากเข้าเฝ้า ทูตญี่ปุ่นต่อว่าวาตานาเบ้

“เห็นมั้ยเค้าจะเปิดโรงเรียนแล้ว ถ้าหากมีเจจุงวอนเกิดขึ้นทั่วประเทศจะทำยังไง ? และเมื่อถึงตอนนั้น แผนการกลืนกินโชซอนของจักรวรรดิญี่ปุ่น ก็คงจะพังพาบกันพอดี เหอ..ทำให้ดีหน่อย ตั้งอกตั้งใจหน่อย”

“ต่อไปจะไม่ผิดพลาดอีกแล้วครับ”

คนของทางการออกมาประกาศ เรื่องจะคัดเลือกคนเป็นผู้เรียนแพทย์เจจุงวอน โดยไม่แบ่งชนชั้นไม่แบ่งฐานะ แค่เป็นชายอายุสิบเจ็ดปีขึ้นไป มีความฉลาดความถนัด ก็สามารถมาสมัครได้ ซ๊อกรันเห็นประกาศก็สนใจ เพราะจะทำให้ผู้เรียนของคุณที่เรียนเป็นล่ามอยู่มีโอกาสมากกว่าใครเพราะต้องมีการสอบภาษาอังกฤษ ระหว่างนั้นฮวางจองตัวจริงก็ออกมาเห็นประกาศ ก็สนใจจะสอบเป็นแพทย์ตะวันตกเช่นกัน ซ๊อกรันเห็นก็เข้าไปทักเพราะนึกว่าเป็นฮวางจองผู้ช่วยของหมออัลเลน แต่ก็ถูกต่อว่าที่มาเรียกชื่อคนอื่นซี้ซั้ว

“คงจะเป็นคนชื่อเหมือนน่ะ ชื่อเหมือน บัณฑิตฮวางเปี๊ยบเลย เขียนเหมือนด้วย” ซ๊อกรัน กล่าว

“ฮวางจอง ชื่อนี้โหลจะตายไปค่ะ ไม่เหมือนมักเซง ชื่ออย่างงี้ไม่มีซ้ำหรอก” มักเซง กล่าว

ราษฎรปวดท้องมารักษา หมออัลเลนวินิจฉัยว่าจะเป็น ราวเวิร์ม หรือพยาธิตัวกลม จึงให้ฮวางจองนำยาแซนโทนินมาให้คนไข้ดื่มแล้วบอกคนไข้ว่าพรุ่งนี้จะมีราวเวิร์มออกมาอีก ให้นับแล้วบอกด้วยว่ากี่ตัว ประชาชนแย้งว่าตนเองเป็นงูขาว

“ไม่ใช่งูขาวหรอก มันคือราว ๆ เวิร์ม ๆ นั่นเป็นพยาธิ พรุ่งนี้พอเข้าห้องน้ำถ่ายออกมาก็เอาไม้เขี่ยเขี่ยแล้วนับดูว่ามีกี่ตัว แล้วค่อยมาบอกนะ”

“ไม่ต้องจับมาด้วยเหรอ” ราษฎรถาม

“โอ้ อย่าทำอย่างนั้นเชียว โน” หมออัลเลนกล่าว

ซ๊อกรันมาดูหมออัลเลนรักษาเมื่อเห็นมือของฮวางจอง ก็สอบถามจนรู้ว่าถูกสากตำข้าวของประชาชน ฮวางจองบอกว่าหมออัลเลนรักษาอย่างดีไม่เป็นอะไร จากนั้นก็พาไปพบหมออัลเลน เขาขอร้องให้ซ๊อกรันช่วย หลังจากมีผู้ป่วยที่เป็นผู้หญิงมาโรงพยาบาล แต่ไม่ยอมให้รักษาเพราะหมอเป็นผู้ชาย

 

ซ๊อกรันเผ่านาดูอาการคนไข้หญิงที่กินยาพิษที่ชื่อซึงยอน เมื่อนางเจอซ๊อกรันก็ดีใจ หมออัลเลนจึงบอกให้ซ๊อกรันช่วยดูอาการก่อน โดยมีฮวางจองช่วยบอกวิธีตรวจรักษา ซ๊อกรันคุยจนรู้ว่าที่นางกินยาพิษเพราะถูกตบตีจากสามีเนื่องมาจากอ่านหนังสือจนรู้ทั้งภาษาจีนกับอังกฤษ ขณะที่สามีกลับสอบขุนนางไม่ผ่าน

สามีของซึงยอนมาตามเมียถึงที่โรงพยาบาลจนเกิดการโต้เถียง ฮวางจองบอกที่นี่เป็นโรงพยาบาล สามีของซึงยอนจึงพานางกลับไปทั้งที่ยังไม่หาย

 

“คนไข้คนนั้นกับสามีกลับไปแล้วใช่มั้ย นึกไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดมันจะลงเอยแบบงี้ ในตอนแรก คิดว่าจะขอให้คุณมาช่วยเป็นแชปเปอโรนของโรงพยาบาล”

“คะ?” ซ๊อกรัน ไม่เข้าใจ

“เหมือนอย่างเมื่อกี้ เป็นผู้ช่วยสื่อกลางระหว่างผมกับคนไข้ผู้หญิง จะปล่อยให้คนไข้ผู้หญิงกลับไปทุกครั้งไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากขอให้คุณเผ่านาช่วยทำงานในเจจุงวอนด้วย แต่..” หมออัลเลน กล่าว

“ขอโทษด้วยครับ ผมผิดเองครับ” ฮวางจอง กล่าว

“มิสเตอร์ฮวาง คนเป็นแพทย์ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนไข้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ห้ามใช้กำลังในโรงพยาบาล มิสเตอร์ฮวาง คุณก็เกลียดความร้ายแรงไม่ใช่หรือ?”

“ผอ.คะ โปรดเข้าใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้ด้วยค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“ต่อไปอย่าทำแบบงี้อีก”

“ข้าจะจำไว้ครับ”

“เอาเป็นว่า มิสยูก็เอาเรื่องที่ผมเสนอกลับไปคิดดู ในเวลาที่ผมรักษาคนไข้หญิง ผมต้องการ แชปเปอโรน ที่จะเป็นทั้งมือและตาให้”

โดยังมารอพบซ๊อกรันที่บ้าน บอกว่าตนจะไปจากโชซอน

 

“เมื่อได้เห็นเจจุงวอน ข้าคิดว่าข้าไม่ควรจะทิ้งการเรียนไป ข้าควรมุ่งมั่นให้มากขึ้น ข้าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทย์ในอเมริกา ข้าถึงมาถามว่า เจ้าจะไปกับข้ารึเปล่า เพราะข้าขอวีซ่าให้เจ้าแล้ว ข้าจะไปขออนุญาตท่านพ่อเจ้าให้เอง ขอแค่เจ้ายินดีไปก็พอ”

“คุณชายคะ”

“ข้ารู้ว่าข้อเสนอนี้กะทันหันเกินไป แต่นั่นเป็นที่ที่เจ้าฝันอยากไปนี่นา ยังไงการแต่งงานของเราก็ถูกกำหนดไว้นานแล้ว ดังนั้นอย่ามัวรออีกเลย แต่งงานเสร็จและก็เดินทางทันที”

“ถ้าอย่างนั้นท่านจำได้มั้ยว่าทำไม ข้าถึงอยากไปจากที่นี่ ข้าไม่ได้อยากไปเพราะต้องการจะรู้ว่า แม่น้ำต่างประเทศหน้าตาเป็นยังไง แต่ข้าอยากเห็นวิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำ ข้าอยากเห็นอารมณ์ของผู้คนที่อยู่กับแม่น้ำ ข้าถึงได้ต้องการจะไปเห็นมัน จำไม่ได้แล้วเหรอ ท่านคงจำไม่ได้ เพราะท่านคือคนที่แทบไม่เคยฟังความคิดของข้าเลย แต่ท่านเป็นคนที่ต้องการให้ข้าคอยฟังแต่ความคิดของท่าน แล้วข้าจะต่างอะไรกับต้นไม้ หรือก้อนหินไร้ชีวิต”

“ซ๊อกรัน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ภายหลังที่เกิดเหตุกับแม่ข้า ข้าเหลือตัวคนเดียว ตอนนั้นคนเดียวที่คอยฟังผ่านีแต่เจ้าเท่านั้น”

 

“นั่นสิคะ ตอนนั้นเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้คุณชายไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ตัวข้าเองก็เหมือนกัน ถ้าท่านเคยตั้งอกตั้งใจนึกถึงความคิดหรือว่าความรู้สึกของข้าบ้างสักนิด คงไม่ทำอะไรที่คิดเอาเองข้างเดียวอย่างงี้ ข้าจะกลับเข้าบ้านก่อน”

ยอกจิกรู้ว่าโดยังจะไปอเมริกา จึงชวนเขามาเป็นผู้จัดการเจจุงวอนน่าจะดีมากกว่า เพราะตอนนี้ต้องการคนมาดูแลการเงินในโรงพยาบาล แต่โดยังปฏิเสธ บอกว่าไม่ต้องการเป็นขุนนาง แต่สนใจโรงเรียนแพทย์เจจุงวอนมากกว่า และจะไม่ไปอเมริกา ตัดสินใจเรียนต่อที่โชซอน

“งั้นรึ เหตุผลอะไรล่ะ?”

“ตอนนี้โชซอนอยู่ในช่วงสำคัญของการเปิดรับศาสตร์การแพทย์ตะวันตก ในเวลาอย่างงี้ ข้าคงไม่อาจเห็นแก่ตัวไปเรียนอเมริกาคนเดียวได้ ข้าจึงคิดว่าจะอยู่เรียนที่นี่ และทำงานช่วยประชาชนไปพร้อมกันครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ เป็นความคิดที่ดีมาก การที่เจ้าคิดได้แบบงี้ ข้าเองก็รู้สึกดีใจด้วยจริง ๆ เฮ้อ แล้วตำแหน่งผู้จัดการควรจะให้ใครมาทำแทนดีนะ”

“ข้าสามารถแนะนำคนเก่งคนนึงให้ใต้เท้าได้”

 

โดยังมาหาโอลูกน้องเก่าของพ่อ เสนอให้ไปรับตำแหน่งผู้จัดการโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ ด้านยองอิกนำเบ็กคูฮอน และโอชุงฮวาน มาแนะนำให้หมออัลเลนรู้จักโดยบอกว่าทั้งสองท่านนี้จะเผ่านาบริหารงานของเจจุงวอนทั้งหมด ทั้งหมดมานั่งหารือกันเรื่องรับผู้เรียนแพทย์ ทั้งสองเสนอว่าหมออัลเลนไม่ควรร่วมในการคัดเลือกคราวนี้ด้วยเพื่อให้ความยุติธรรม โอมองเห็นฮวางจองยืนฟังทั้งหมดคุยกันก็สงสัยว่าเป็นใครมีสิทธิอะไรมาฟัง ฮวางจองแนะนำตัวว่าเป็นผู้ช่วยของหมออัลเลน โอสอบถามถึงคุณสมบัติที่จะมาเป็นผู้ช่วย ถึงแม้หมออัลเลนจะช่วยการันตี แต่โอก็บอกให้เขาต้องผ่านการสอบถึงจะเผ่านาเป็นผู้ช่วยได้

ชักแทบอกกับฮวางจองต้องเป็นแผนกำจัดฮวางจองแน่ๆ แต่เขาคิดว่าผู้จัดการโอเป็นคนยุติธรรมมาก ตนจึงต้องผ่านการสอบ ชักแทบอกว่าตนเองโชคดีที่ไม่ได้ปลอมตัวเป็นชนชั้นสูง แค่นึกถึงเรื่องเรียนก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาแล้ว

ฮวางจองมาซื้อหนังสือพจนานุกรมอังกฤษ แต่พ่อค้าได้ขายหมดไปแล้วเหลือที่คนจองไว้หนึ่งเล่ม เขาจึงขอดู เวลานั้นเจอุ๊ก ได้มาเอาหนังสือที่จองไว้ โดยังจึงบอกให้แบ่งให้ฮวางจองดูก่อน แล้วบอกว่าได้ยินว่าฮวางจองจะสอบเข้าโรงเรียนแพทย์เหมือนกัน จึงชวนให้ตั้งอกตั้งใจสอบด้วยกัน

 

ฮวางจองมีโอกาสได้พบซ๊อกรัน จึงบอกเรื่องหนังสือที่ขายหมดแสดงว่ามีคนสนใจสอบเยอะ และคุณชายเบ๊กโดก็ยังจะเข้าสอบคราวนี้ด้วย ซ๊อกรัน บอกว่าไม่เจอโดยังหลายวันแล้วจึงไม่รู้ รวมทั้งอาสาจะช่วยติวภาษาให้กับฮวางจอง หลังจากติวแล้ว เขาก็ถามเรื่องแชปเปอโรน ซ๊อกรันบอกว่าตนยังไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่เลย

ชักแทบอกฮวางจองให้สอบเข้าโรงเรียนแพทย์ให้ได้เพราะตนชอบที่นี่แล้ว ถ้าสอบไม่ผ่านทั้งสองคนอาจจะถูกให้ออกจากที่นี่ ด้านซ๊อกรัน มาหาโดยังนำของขวัญวันเกิดมาให้ โดยังบอกว่าตนจะสอบให้ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนแพทย์ให้ได้ และพยายามเพื่อให้จะเป็นหมอที่ดีให้ได้

 

 

ซ๊อกรันมาขอสมัครสอบเข้าโรงเรียนแพทย์ แทนลูกพี่ลูกน้องที่ไม่สบาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ฮวางจองมาพบเข้าก็สอบถามชักแทเรื่องนามบัตรที่ข้าเคยให้ไว้ เมื่อนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นของใต้เท้ามินยองอิก เจ้าหน้าที่จึงยอม จากนั้นซ๊อกรัน สอบถามเรื่องการท่องคำศัพท์ ฮวางจองจึงถามคำว่า บิ๊วตี้ฟูล หมายความว่าอย่างไร นางจึงบอกว่าสวยงาม เขาจึงท่องคำนี้ต่อหน้า โดยความตั้งอกตั้งใจจริงต้องการจะบอกว่านางเป็นผู้หญิงที่สวยงามมาก

ชายที่ชื่อฮวางจองตัวจริง มาขอสมัครเข้าสอบโรงเรียนแพทย์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้สมัครเพราะมีคนชื่อนี้มาสมัครไปแล้ว ทั้งวันเดือนปีเกิดก็ตรงกัน ทำให้ฮวางจองตัวจริงแปลกใจมาก

ฮวางจองถูกทหารจับตัว เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นคนที่ไปรังแกและลักพาตัวเมียของชายคนหนึ่งไป ทำให้ถูกนำไปขังที่คุกซึ่งตรงเวลาเดียวกับที่จะเริ่มเวลาสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนแพทย์ หมออัลเลนพยายามช่วยโดยขอพบหัวหน้ามือปราบ แต่ก็ไม่ได้พบ ใต้เท้ามินก็เข้าวังไปตั้งแต่เช้าแล้ว

 

ที่สนามสอบเข้าโรงเรียนแพทย์ คูฮอน พยายามที่จะช่วยโดยังให้สอบได้ ขณะที่คิมโทน ได้รับคำสั่งจากวาตานาเบ้ให้แฝงตัวเข้าไปเป็นคนเข้าสอบ รวมทั้งก่อเรื่องให้วุ่นวายไปเลย

“นี่ คนที่มาเข้าสอบวันนี้เยอะรึเปล่า” คิมโทนถาม ซ๊อกรันที่ได้ปลอมตัวเผ่านาสอบด้วย

“ก็คิดว่า น่าจะเยอะมั้ง ได้ยินว่ามีคนมาสมัครตั้งพันกว่าคน” ซ๊อกรันดัดเสียงตอบ

 

“อ้อ อย่างนั้นเหรอ ขอให้เจ้าสอบได้นะ” คิมโทน กล่าว

“ขอบใจมาก”

ซึงยอน มารับรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ฮวางจอง ไม่ใช่คนทำผิด และขอโทษแทนสามีของตนเอง ทำให้ฮวางจองได้รับการปล่อยตัว เขาจึงรีบเดินทางไปเพื่อให้ให้ทันเข้าสอบ

“เดี๋ยวก่อนครับ รอก่อนครับ โปรดรอข้าด้วย ช่วยประทับตราให้ที ช่วยเร็วหน่อยได้มั้ยครับ”

“หึ ๆ ถึงจะรีบยังไงก็จะผ่านขั้นตอนไม่ได้หรอก ฮวางจองเกิดปีอึลยก เดือนสาม เข้าไปได้” เจ้าหน้าที่ กล่าว

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า

อีแทกิล ชนชั้นสูงที่ถูกทาสในบ้านทรยศ ด้วยการฆ่าพ่อแม่ เผาบ้านเขา แล้วพาน้องสาว (ออนยอน เฮวอน) ซึ่งเป็นคนที่เขารักหนีไป ทำให้แทกิลตัดสินใจมาทำอาชีพ “นักล่าทาส” เพื่อให้ตามหาหญิงสาวที่ตนรัก

ขณะที่ทำอาชีพล่าทาสพร้อมตามหาคนรัก ออนยอนซึ่งตอนหลังหนีไปอยู่ที่อื่นแล้วปลอมตัวเป็นชนชั้นสูงเปลี่ยนชื่อเป็น เฮวอน ได้หนีออกจากงานแต่งงาน และได้ไปพบเจอกับซงแทฮา อดีตแม่ทัพของโชซอนที่ถูกจับไปเป็นทาสจากปัญหาความวุ่นวายในราชวงศ์

ซงแทฮากับเฮวอนต่างกำลังหลบหนี จึงได้พึ่งพาอาศัยกันและกัน และสุดท้ายจึงได้แต่งงานกันที่สุด แทกิลที่ตามหาคนรักมานับสิบปี กลับมาเจอคนรักในขณะที่แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว

ซงแทฮาต้องการที่จะทำตามคำมั่นที่ให้ไว้กับอดีตรัชผู้สืบสกุล ต้องการปกป้องพระนัดดาผู้สืบสกุลคนสุดท้ายของอดีตรัชผู้สืบสกุล ส่วนแทกิลต้องการจะปกป้องคนรักทำให้พวกเขาเผ่านาเกี่ยวข้องกันและร่วมต่อสู้ด้วยกันจนวาระสุดท้าย

เจาะลึก "แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า"

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า เป็นเรื่องราวในช่วงสมัยโชซอน ในยุคที่การแบ่งแยกชนชั้นยังคงมีอยู่ เหล่าขุนนางต่างกดขี่ข่มเหงชนชั้นทาสอย่างไม่ใยดี ทั้งยังในรัฐสมัยโชซอนนอกจากศึกภายในที่แต่ละข้างต่างแย่งชิงอำนาจและหักล้างคั่วอำนาจกันเองแล้ว ยังมีภัยจากการรุกรานของพวกแมนจูหรือชาวชิงที่ป่าเถื่อนและไม่มีคำว่าปราณีหากพบเจอศัตรู   ซึ่งสร้างความวุ่นวายและความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินเป็นอย่างมาก

อีแทกิล เป็นเรื่องราวของนักล่าทาสที่อยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ของสมัยโชซอน ช่วงที่วรรณะเป็นอุปสรรคแก่คนชั้นล่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การใช้ชีวิต หนี้สิน การใช้หนี้ด้วยการขายชีวิตเป็นทาส  รวมโศกนาฏกรรมความรักที่มีชนชั้นเป็นกำแพงกีดขวางระหว่างเส้นทางแห่งความรัก เมื่อหญิงสาวผู้อาภัพผู้เกิดมาในชนชั้นทาสที่มิอาจมอบใจ ให้แก่ชายผู้เป็นที่รักที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าโดยเฉพาะ ชนชั้นขุนนาง ที่ชอบกีดขวางและไม่ให้การยอมรับในการนำผู้หญิงชนชั้นทาสมาเป็นคู่ครอง 

และจากการที่โชซอนมีการกดขี่ทาสอย่างโหดร้าย ทำให้ทาสส่วนใหญ่หลบหนีออกไป จึงทำให้เกิดธุรกิจล่าทาสขึ้นด้วยค่าทดแทนจำนวนมากทำให้กิจการรับจ้างล่าทาสเกิดขึ้นอย่างอย่างมาก และ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของ อีแทกิล ผู้นำกลุ่ม 3 พยัคฆ์นักล่าทาสที่เก่งที่สุดในโชซอนได้แก่ พยัคฆ์ตัวที่หนึ่ง แม่ทัพเช พยัคฆ์ผู้องอาจเพลงหอกและเพลงดาบไม่เป็นรองใคร พยัคฆ์ตัวที่ 2 วังซอน พยัคฆ์เจ้าสำราญคล่องแคล่วรวดเร็วแต่ข้อเสียคือนิสัยเจ้ายก้และมักหนีงานไปเที่ยวเล่นอยู่บ่อยครั้ง และ พยัคฆ์นักล่าตัวสุดท้ายคือ อีแทกิล พยัคฆ์ร้ายแห่งโชซอนผู้ไม่เป็นรองใครในแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นยอดความสามารถหรือแม่ทัพคนใดหากปะมือกับ อีแทกิล รับรองว่าจึงควรเจอเขี้ยวเล็บของพยัคฆ์ตัวนี้ปลิดชีพอย่างแน่ๆ

และไม่ว่าภารกิจใด 3 นักล่าแห่งโชซอนก็ไม่เคยพลาด หากทั้ง 3 คนออกล่าพร้อมกันเหล่าทาสต่างต้องหวาดกลัวกันไปทั่ว แต่เบื้องลึกเบื้องหน้าของ อีแทกิล ไม่ใช่นักล่าทาสมาแต่กำเนิดเขาเป็นชนชั้นสูงในเหล่าขุนนาง ที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้และชนชั้นแถมยังมีจิตใจงดงามถึงแม้จะดูเหมือนเขาเป็นนักล่าแต่ลึกๆจิตใจของเขานั้นอ่อนโยนดุดดั่งแสงตะวันที่สาดส่องบนพื้นวารีแห่งโชซอน แต่ด้วยความรักที่มีต่อหญิงงามคนหนึ่งซึ่งมิอาจผ่านกำแพงไปได้ นางผู้นั้นคือ อึนยอน นางอันเป็นที่รักของ อีแทกิล ทั้งคู่มีความรักที่สดใสและจริงใจต่อกันโดยไม่คำนึงถึงวรรณะหรือสิ่งกีดขวางอะไรก็แล้วแต่แต่ด้วยวรรณะของ อึนยอน ที่อยู่ในวรรณะทาสทำให้ถูกกีดขวางจากเหล่าบรรดาผู้ใหญ่ และ ขุนนาง จนทำให้ อึนยอง ถูกรังควานด้วยการโบยและถูกทรมานอยู่ตลอดเวลาในฐานะที่ไม่เจียมตัว จนทำให้ครอบครัวของ อึนยอน โกรธแค้นจึงจุดไฟเฝ้าบ้านของ อีแทกิล จนทำให้ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว บ้าน รวมทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ในวัง ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ อีแทกิล ต้องดิ้นรนหนีออกจากวังหลวงด้วยวามรู้ความเข้าใจผิดและด้วยความแค้นครั้งนั้น ก็เหมือนประกายไฟที่อยู่ในหัวใจของเขา   ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ อีแทกิล เกิดขึ้นด้วยการผันตัวเองและมอบจิตวิญญาณให้แก่การเป็นนักล่าทาสแห่งโชซอน โดยมีจุดประสงค์หลักที่ค้างคาใจมานานนับสิบปีคือ การตามล่าหาตัว อึนยอน เพื่อให้ฉีกหัวใจและชำระล้างหนี้แค้นครั้งใหญ่ในชีวิต แต่ถึงจะแค้นเพียงใด อีแทกิล ก็มิอาจตัดใจและเพียงต้องการพบหน้าอึนยอนและปกป้องคุณจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของเขาจะหมดไป

แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ อีแทกิล ต้องเจอกับเรื่องวุ่นๆจากเหล่าขุนนาง และ เพื่อให้นร่วมอาชีพนักล่าด้วยกันเอง เพียงเพื่อให้ต้องการตัด อีแทกิล ออกจากการเป็นนักล่ามือหนึ่งแห่งโชซอน ทั้งยังต้องเจอกับการถูกรังแกจากทาสผู้ต้องการหลบหนีจากการตามล่าแบบพลิกแผ่นดินของเหล่าพยัคฆ์นักล่าทำให้เรื่องราวเข้มข้นจะชวนติดตามแบบไม่คลาดสายตา  

กุญแจสำคัญของเรื่องนอกจาก อีแทกิล แล้วยังมี แม่ทัพแชซองฮา ผู้กุมความลับ และ ความจริงจากการกวาดล้างรัชผู้สืบสกุลในหวังหลวง จนทำให้ต้องดิ้นรนหนีออกจากวังหลวงและถูกตามล่าจากขุนนางชั่วภายในวัง เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเมื่อ ขุนนาง จ้างให้ อีแทกิล ไปเด็ดหัวแม่ทัพแชชองฮา ด้วยค่าหัวที่สูงลิบ แม่ทัพแชซองฮาจึงต้องหนีจากการตามล่าจากนักล่าคนอื่น รวมทั้งเล่าพยัคฑ์นักล่าที่นำโดย อีแทกิล ด้วย ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ แม่ทัพแชซองฮา ไปพบกับ อึนยอง และ หลงรักนาง จนเกิดเป็นรักสามเศร้าที่จำเป็นต้องมีเพียง 1 คนที่สมหวังและคว้าหัวใจของอึนยอนไปครอง

ด้วยความหลากหลายทั้งความรักที่กรีดน้ำตา  และ การต่อสู้และเสียสละต่อหญิงอันเป็นที่รักโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเองถึงแม้ต้องเจ็บปวด หรือ จำเป็นที่จะต้องสละเลือดเพียงใด อีแทกิล ก็มิเคยลังเลและพร้อมจะเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อให้มอบให้แก่ อึนยอน และ การหลุดพ้นจากการเป็นทาสตราบชั่วกาลนาน

รุ่นไหน หัวใจก็จะรัก (BIG)

เรื่องราวความซับซ้อนระหว่าง 2 ชายหนุ่มต่างวัย ที่ประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน ทำให้ทั้งคู่เกิดการสลับร่างกัน เรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้น “รุ่นไหน หัวใจก็จะรัก” (BIG) ผลงานการเขียนบทของ 2 พี่น้อง ฮง จองอึน และ ฮง มิรัน ที่เคยเขียนบทละครยอดนิยมมาแล้วอย่างมาก เช่น “My Girlfriend is a Gumiho แฟนผม! เป็นจิ้งจอก” และ “You’re Beautiful หล่อน่ารักกับซูเปอร์สตาร์น่าเลิฟ” ทั้งยังได้ผู้แสดงดังอย่าง "กง ยู" ที่ห่างหายจากการเล่นละครไปนานถึง 5 ปี โดยฝากผลงานซีรีส์เรื่องปัจจุบันคือ “COFFEE PRINCE รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ” โดยคราวนี้ มารับบทหมอ "ซอ ยุนแจ" หมอชายหนุ่มวัย 30 ปี ที่ถูกวิญญาณเด็กชายหนุ่มอายุ 18 เข้าสิงร่าง เขาจึงต้องแสดงเป็นคน 2 บุคลิกที่มีทั้งความน่ารักและความเป็นผู้ใหญ่ในตัว ร่วมด้วย ลี มินจอง จาก Midas รับบท คุณครู "กิล ดารัน" คุณครูสาวคนสวยที่มีความซื่ออยู่ในตัวและมีความรักให้กับทั้ง 2 ชายหนุ่ม ในภาพยนตร์เกาหลีชุด “รุ่นไหน หัวใจก็จะรัก” (BIG) เรื่องราวสลับร่างอลวนปนกับความรักของ 2 ชายหนุ่มกับ 1 สาว จะลงเอยอย่างไรติดตามได้ใน โปรแกรมเด็ดภาคดึก ทุกคืนวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 02.10 น. เริ่มคืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2558 ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ
เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อ ซอ ยุนแจ แพทย์ชายหนุ่ม กับ คัง ยองจุน เด็กนักเรียนชายหนุ่ม ต่างประสบอุบัติเหตุพร้อมๆ กัน ทำให้ทั้งคู่เกิดการสลับร่างกัน โดย ยองจุน มาอยู่และใช้ชีวิตในร่างของแพทย์ผู้รักเด็ก แต่แพทย์ ยุนแจ ต้องอยู่ในร่างของ ยองจุน ที่สลบไสลไปตลอดกาล โดยหารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแต่งระหว่างแพทย์ ยุนแจ และคุณครู ดารัน ครูสาวผู้แสนซื่อ และเป็นสาวที่คิดไปเองซะทุกเรื่อง ทำให้เรื่องวุ่นๆ ระหว่างเด็กชายหนุ่มในร่างแพทย์และคุณครูสาวสุดเปิ่นเริ่มขึ้น สุดท้ายความห่วงใยและความผูกพันกลับแปลงเป็นรักสามเส้าในที่สุด

ตลอดเวลาที่ ยองจุน อยู่ในร่าง ยุนแจ เขาต้องปรับตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่แบบ ยุนแจ ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่ดีนัก และเมื่อเขาได้รู้จักเรื่องราวและตัวจริงของครู ดารัน ยองจุน ก็เริ่มหลงรักครูสาวของตนเอง ทั้งที่มีอายุต่างกันถึง 8 ปี ความรักและความผูกพันของครูสาวกับเด็กน้อยในร่างชายหนุ่มใหญ่ค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ เต็มไปด้วยความสุขและความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน เรื่องราวรักสามเส้าของพวกเขาจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ภาพยนตร์เกาหลีชุด “รุ่นไหน หัวใจก็จะรัก” (BIG)

ข้ามมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo)

"ผ่านมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo)" ดัดแปลงมาจากซีรีย์จีนชื่อดังเรื่อง  "ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ (Scarlet Heart)" ที่ออกอากาศทางหูหนานทีวี เมื่อปี พ.ศ. 2554 เนื้อหากล่าวถึง "โก ฮาจิน" หญิงสาววัย 25 ปี จากศตวรรษที่ 21 ซึ่งเดินทางย้อนเวลาไปยังปี ค.ศ. 941 อันเป็นยุคแรกเริ่มของราชวงศ์โครยอแบบไม่คาดฝัน หลังช่วยเด็กที่กำลังจมน้ำในช่วงที่เกิดสุริยุปราคา พอรู้สึกตัวอีกทีคุณก็พบว่าตนเองอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวโครยอวัย 16 ปี ที่มีชื่อว่า "แฮซู" ซึ่งอาศัยอยู่ที่ตำหนักองค์ชาย 8 และนั่นก็ทำให้คุณได้พบและรู้จักกับเหล่าองค์ชายหลายพระองค์ด้วยกัน

ในตอนแรกคุณเผลอมีใจให้ชายชายหนุ่มที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่าง "องค์ชาย 8" ซึ่งเป็นสามีของลูกพี่ลูกน้องคุณ แต่ภายหลังได้ตกหลุมรักชายชายหนุ่มที่ซ่อนแผลเป็น (ทั้งทางร่างกายและจิตใจ) ของตนไว้ภายใต้หน้ากากอย่าง "องค์ชาย 4" ที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัว กว่าจะรู้สึกตัวคุณก็ตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ห้ำหั่นทางการเมือง และการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ในหมู่องค์ชาย 

เนื้อหาตอนที่ 1

ละครเปิดฉากขึ้นที่เกาหลีในยุคปัจจุบัน "โก ฮาจิน" พาร่างกายและหัวใจอันบอบช้ำมานั่งดื่มโซจูแก้กลุ้มริมน้ำในอุทยานตามลำพัง ครั้นพอเห็นชายเร่รอนจ้องมองขวดโซจูในมือคุณพลางกลืนน้ำลายก่อนส่งยิ้มให้ ฮาจินเลยยื่นขวดโซจูให้ชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้ว จากนั้นก็ถามกึ่งรำพึงรำพันว่า เคยนึกอยากนอนหลับสักร้อยปีพันปีไหม คุณรู้สึกท้อเพราะตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตล้วนย่ำแย่และไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ที่ผ่านมาคุณพยายามปลอบใจตัวเองว่าทุกอย่างจำเป็นจะต้องดีขึ้น แต่และก็มีปัญหาอื่นโผล่มากวนใจอีกจนได้ คุณจึงอยากหลับยาวและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ฮาจินพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าคุณอยากลืมทุกสิ่งแต่กลับลืมไม่ลง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายตัวแสบที่หักอกคุณแล้วทิ้งหนี้ก้อนโตเอาไว้ให้ หรือผู้หญิงทรยศที่หลอกลวงคุณแล้วหนีไปกับผู้ชายตัวแสบ คุณอดเสียใจไม่ได้ที่หลงวางใจพวกเขามาโดยตลอดและเจ็บใจตัวเองที่ไว้ใจคนอื่น คุณหลงคิดว่าถ้าตนเองไม่เปลี่ยน คนที่คุณรักและวางใจก็จะไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่มารู้ทีหลังว่าตนเองคิดผิด ยิ่งพูดฮาจินก็ยิ่งเสียใจ คุณจึงร่ำไห้พลางบ่นว่าชีวิตตนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน หลังนั่งฟังอยู่นานชายเร่รอนจึงบอกฮาจินว่าถึงบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะชีวิตมนุษย์เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามใจปรารถนา หลังจากนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเองว่าบางทีหากคุณตายแล้วฟื้นทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป พูดจบชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน

ขณะพยายามตั้งสติและทำใจให้เข้มแข็ง ฮาจินเห็นเด็กคนหนึ่งพยายามยื่นเท้าลงไปในเรือที่จอดอยู่ริมสะพานไม้ ครั้นพอหันไปมองอีกทีเด็กคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็ตกลงไปในน้ำแล้ว (เด็กใส่เสื้อยกชีพ) ในตอนแรกคุณลังเลที่จะลงไปช่วยเพราะคิดว่ามีนักท่องเที่ยวคนไม่ใช่น้อยอยู่ในรอบๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว  และคิดว่าถึงแม้ตนจะไม่ลงไปช่วยคนอื่นก็ต้องช่วยเด็กอยู่ดี ครั้นพอกวาดตามองไปรอบๆ แล้วพบว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กตกน้ำเลยสักคน คุณเลยวิ่งลงน้ำพลางกรีดร้องด้วยความคับข้องใจว่า "ให้ตายสิ ทำไมต้องเป็นชั้นอยู่เรื่อยเลย?!" 

หลังฮาจินกระโดดลงไปช่วยเด็ก พ่อแม่เด็กถึงได้รู้ว่าลูกของตนกำลังลอยคออยู่ในน้ำ ชายเร่รอนได้ยินเสียงร้องตะโกนจึงลืมตาขึ้นมาดูและพบรองเท้าของฮาจินวางอยู่ตรงหน้า เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าก็พบว่ากำลังจะเกิดสุริยุปราคา พ่อเด็กรีบพายเรือไปรับลูกจากนั้นก็ยื่นมือให้ฮาจินหวังช่วยดึงขึ้นมาบนเรือ ในตอนนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลงเรื่อยๆ ฮาจินจะยื่นมือให้พ่อเด็กแต่แล้วอยู่ๆ คุณก็ตาเบิกกว้างด้วยความสะดุ้งกลัวก่อนถูกอะไรบางสิ่งบางอย่างลากลงไปใต้น้ำ สิ่งสุดท้ายที่ฮาจินเห็นขณะมองขึ้นไปเหนือผิวน้ำคือภาพดวงจันทร์กำลังบดบังดวงอาทิตย์ ในขณะที่ฮาจินกำลังจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์ตอนที่ถูกแฟนหักหลังและถูกกลุ่มเจ้าหนี้วิ่งไล่ตามก็ผุดขึ้นมาในหัวของคุณ หลังเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง (ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง) ทุกอย่างก็มืดมิดลง

ณ เมืองซงอัก (แคซอง) ของโครยอ 

ในขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงอีกรอบหลังเกิดสุริยุปราคาก็ปรากฏภาพชายคนหนึ่งควบม้านำขบวนมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ที่แท้ชายคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วคือ "วังโซ" หรือ "องค์ชายสี่" แห่งโครยอ ซึ่งถูกเหล่าราษฎรขนานนามว่า "หมาป่า" เมื่อเขาควบม้าเผ่านาในตลาด บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโกลาหลเพราะทุกคนต่างรีบวิ่งหนีหรือเปล่าก็พากันหลบหลีกด้วยความหวาดกลัว องค์ชายสี่เห็นแผงขายปิ่นปักผมจึงหยุดมองด้วยความสนใจ

ณ ทามีวอน (สระน้ำสำหรับชำระร่างกายและจิตวิญญาณ) ในวังหลวง

เหล่าองค์ชายต่างมารวมตัวกันที่ทามีวอนเพื่อให้ชำระล้างร่างกายก่อนประกอบพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ (พิธีไล่ส่งปีศาจและสิ่งชั่วร้ายในวังหลวง) คู่หูจอมซน "องค์ชายสิบ (วังอึน)" และ "องค์ชายสิบสี่ (วังจอง)" ลงเล่นน้ำพุร้อนที่บ่อด้านนอกอย่างสนุกสนาน ขณะที่ "องค์ชายสาม (วังโย)" นั่งดื่มน้ำชาริมสระน้ำในตำหนักด้วยใบหน้าเคร่งขรึม "องค์ชายสิบสาม (แพคอา)"  เพิ่งจะมาถึงจึงเดินดูรอบๆ อย่างอารมณ์ดี ส่วน "องค์ชายเก้า (วังวอน)" ออกกำลังกายริมสระก่อนพยายามเบ่งกล้ามอวดองค์ชายสาม   เมื่อนางในคนหนึ่งรินน้ำชาหกรดมือ องค์ชายสามก็เงื้อมือหมายตบสั่งสอน แต่ "องค์ชายแปด (วังอุก)" เผ่านาขัดจังหวะเสียก่อน หลังจากนั้น องค์ชายแปดก็ถามถึงองค์ชายสี่ เพราะถ้าจะร่วมพิธีองค์ชายสี่ต้องมาชำระร่างกายที่นี่กับพวกตน แต่องค์ชายสาม (ซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับองค์ชายสี่) ไม่สนใจว่าองค์ชายสี่จะมาร่วมในพิธีหรือมาอาบน้ำที่นี่ไหม ทั้งยังบอกองค์ชายแปดว่าอย่าใส่ใจในเรื่องนี้ องค์ชายเก้าแย้งว่าองค์ชายแปดมักห่วงใยคนอื่นเสมอ องค์ชายแปดจึงบอกว่าองค์ชายสี่เป็นคนเดียวที่เกิดปีเดียวกับตน อย่างน้อยๆ ตนก็ควรใส่ใจเขาบ้าง

องค์ชายสิบสาม (จริงๆ แล้วองค์ชายสิบสามชื่อ "วังอุก" เหมือนองค์ชายแปด ส่วนชื่อแพคอาถูกตั้งขึ้นในภายหลัง) มองว่าองค์ชายสี่เพิ่งจะมาร่วมพิธีเป็นนัดแรก จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่พระเจ้าแทโจทรงเรียกตัวองค์ชายสี่มาเข้าพิธีในคราวนี้อาจมีจุดหมายบางสิ่งบางอย่าง องค์ชายสิบถามองค์ชายสิบสามว่าได้ยินข่าวลือเรื่ององค์ชายสี่ฆ่าหมู่ขุนนางในเมืองชินจูอย่างโหดเหี้ยมดุจหมาป่าฆ่าคนไหม องค์ชายสิบสามแย้งว่านั่นเป็นเพียงข่าวลือ องค์ชายสิบสี่ (ซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับองค์ชายสี่) กล่าวเสริมว่าองค์ชายสี่จะลงมือเช่นนั้นตามลำพังได้อย่างไร หากทำจริงทหารที่ประจำการอยู่ตรงนั้นคงไม่อยู่เฉยแน่ เรื่องแบบงี้แม้แต่คนที่มีความสามารถสูงส่งยังไม่กล้าเอาตัวเข้าแลก แล้วองค์ชายสี่ที่ไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้จะทำได้เช่นไร องค์ชายสิบเถียงไม่ออกเลยแซวองค์ชายสิบสี่ว่าเขามีมารดาคนเดียวกับองค์ชายสี่ระวังจะกลายร่างเป็นหมาป่าเข้าสักวัน

องค์ชายสามได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธจึงบอกให้องค์ชายสิบหุบปาก ก่อนถามว่าถ้าเช่นนั้นตนก็ไม่ใช่คนอย่างงั้นหรือ องค์ชายแปดไม่อยากให้พี่น้องผิดใจกันจึงบอกองค์ชายสามว่าอย่านำเรื่องนี้มาใส่ใจ องค์ชายสิบแค่ล้อเล่นแรงเกินไปไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แล้วตนจะช่วยอบรมให้เอง องค์ชายสามยอมฟังองค์ชายแปดแต่โดยดี ถึงกระนั้นก็เตือนทุกคนว่าองค์ชายสี่จะกลับเมืองชินจูเมื่อเสร็จพิธี หากใครเอาเรื่องเหลวไหลพวกนี้ไปทูลฝ่าบาท ตนไม่อยู่เฉยแน่ องค์ชายสิบรีบเปลี่ยนเรื่องโดยท้าพี่น้องทุกคนไปแข่งลอยตัวที่บ่อน้ำพุร้อนทางด้านนอก องค์ชายแปดพยายามห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผล องค์ชายสิบสี่จะตามไปแข่งด้วยแต่ถูกองค์ชายแปดห้ามเอาไว้ องค์ชายสิบจึงลอยตัวอยู่ในน้ำพุร้อนคนเดียว

  

ขณะที่องค์ชายสิบกำลังเล่นน้ำ อยู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งทะลึ่งขึ้นมาจากน้ำทางด้านหลัง ปรากฏว่าคุณคือสาวจากศตวรรษที่ 21 "โก ฮาจิน" ซึ่งแต่งตัวแบบสาวชาวโครยอ คุณกวาดตามองไปรอบๆ อย่างอ่อนแรงพลางนึกสงสัยว่าตนเองอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจที่ตัวเองยังไม่ตาย ครั้นพอสองชายหนุ่มสาวหันหน้ามาพบกันต่างคนต่างกรีดร้องด้วยความตกอกตกใจ องค์ชายสิบมองว่ามีผู้หญิงลักลอบเผ่านาในที่ส่วนตัวของพวกตนจึงวิ่งไปฟ้องเหล่าองค์ชายที่ยังคงแช่ตัวอยู่ในสระน้ำทางด้านใน หลังกลายเป็นเป้าสายตาฮาจินก็ได้แต่ยืนงงเพราะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่ ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งร้องเรียกคุณ คุณจึงลุยน้ำไปหาหญิงสาวคนดังที่กล่าวมาแล้ว องค์ชายสิบมองว่าฮาจินกำลังจะหนีจึงกระโดดลงบ่อน้ำพุร้อนอีกทีหมายจับคุณมาลงโทษ ฐานบังอาจแอบดูองค์ชายอย่างพวกตน แต่ฮาจินหนีไปได้เสียก่อน องค์ชายแปดเห็นดังนั้นก็เปรยว่า "แฮซู?"

สาวใช้นามว่า "แชรยอง" รีบลากตัวฮาจินซึ่งยังคงมึนงงและรู้สึกสับสนออกจากรอบๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้วโดยใช้เส้นทางลับที่เชื่อมต่อกับถ้ำ พลางบอกให้คุณเร่งฝีเท้าตลอดทาง ก่อนหน้านี้แชรยองซึ่งรออยู่ทางด้านนอกคิดว่าคุณหนูของตนไม่ออกมาจากถ้ำเสียทีจึงรู้ว่าเกิดเหตุแน่ ติดตรงที่ว่าเหล่าองค์ชายเริ่มลงสระแล้วคุณเลยเข้าไปตามทางด้านในไม่ได้ ฮาจินสงสัยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงเรียกตนว่าคุณหนูและตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร  พอรู้ว่าที่นี่คือสถานที่อาบน้ำใหญ่สุดในเมืองซงอัก ทั้งยังเห็นกับตาว่าทุกคนที่นี่มีวัฒนธรรมการอาบน้ำและแต่งตัวแบบโบราณ ฮาจินก็นึกว่าตัวเองตายแล้วและกำลังอยู่ในปรโลก หลังคิดได้ดังนั้นสติสัมปชัญญะของคุณก็ดับวูบลง

ในที่สุดองค์ชายสี่และผู้ติดตามก็เดินทางมาถึงประตูวังหลวง ชายจากตระกูลคังคนหนึ่งบอกองค์ชายสี่ว่าตนจะทิ้งคนรับใช้ไว้ให้หนึ่งคน จากนั้นก็กำชับว่าเสร็จพิธีเมื่อไหร่ให้รีบกลับชินจูทันที เขายังเตือนด้วยว่านอกจากจะเป็นองค์ชายแล้ว องค์ชายสี่ยังเป็นคนที่ตระกูลคังของพวกตนรับอุปการะเอาไว้ ดังนั้น จงอย่าลืมเรื่องนี้และขอให้ยกย่องตระกูลของพวกตนกับฝ่าบาทด้วย องค์ชายสี่แย้งว่าที่ผ่านมาตนรู้สึกเหมือนเป็นเชลยของตระกูลคังมากกว่า พูดจบก็ควบม้าเข้าประตูวังตามลำพัง หลังลงจากหลังม้าองค์ชายสี่ก็ชักดาบออกมาฆ่าม้าของตนท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารยาม ("ชเว จีมง" ยืนมององค์ชายสี่อยู่บนป้อมเหนือกำแพงวัง) ทหารคนหนึ่งเตือนองค์ชายสี่อย่างยำเกรงว่าห้ามพกดาบเข้าไปในเขตพระราชฐาน องค์ชายสี่จึงยื่นดาบเปื้อนเลือดของตนให้ทหารคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อทหารคนเดิมถามว่าจะให้ตนเตรียมม้าสำหรับตอนขากลับไหม องค์ชายสี่ตอบว่า "ข้าจะไม่กลับไปอีก" หลังปาดคราบเลือด (ม้า) บนใบหน้าแล้ว องค์ชายสี่ก็เดินตรงเข้าไปในเขตพระราชฐานด้วยความมุ่งมั่นตั้งมั่นว่าจะไม่กลับไปเป็นเชลยที่ชินจูอีก

ในที่สุดฮาจินก็ฟื้นคืนสติอีกรอบ เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ คุณก็พบว่าตนเองอยู่ข้างในห้องนอนแบบโบราณของใครบางคน ภายในห้องมีสาวใช้คนเดิมและหญิงสาวท่าทางขี้โรคคนหนึ่งนั่งเฝ้าไม่ห่าง พอรู้ว่าฮาจินฟื้นแล้วทั้งคู่ก็รีบเผ่านาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง ฮาจินเห็นคนที่นี่เรียกตนว่า "คุณหนู" และ "แฮซู" จึงแย้งว่าตนชื่อ "โก ฮาจิน" แชรยอง และ "พระชายาแฮ" ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้ง ฮาจินนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนพึ่งจะจมน้ำเลยเปรยว่าตนคงตายไปแล้วจริงๆ แต่แชรยองชี้ว่าคุณก็แค่เกือบตาย พอรู้ว่าตนเองยังไม่ตายฮาจินก็รู้สึกตกอกตกใจและยิ่งสับสน คุณกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนวิ่งออกไปดูนอกห้อง เมื่อพบว่าตนเองอยู่ในยุคโบราณ แถมสาวใช้ทุกคนในบ้านยังก้มศีรษะให้คุณอย่างนอบน้อม ฮาจินก็เริ่มรู้สึกตัวว่านี่ไม่ใช่ความฝัน คุณทั้งปวดหัวและตระหนกตกใจกลัวเพราะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดกันแน่  

พระชายาแฮเห็นลูกพี่ลูกน้องของตนมีท่าทางแปลกๆ จึงบอกให้แชรยองรีบไปตามหมอ ฮาจินถามพระชายาแฮว่าตนเป็นใคร พอรู้ว่าตนเองอยู่ในร่างของเด็กสาวที่ชื่อแฮซูซึ่งเป็นพี่น้องของพระชายาแฮ (แฮ-มยอง) ฮาจินก็ถึงกับช็อค พระชายาแฮยังบอกอีกว่าคุณกำลังอยู่ในเมืองซงอัก และที่นี่ก็คือจวนขององค์ชายแปด "วังอุก" พอใช้ได้ยินว่าตนเองอยู่ในเมืองซงอัก ฮาจินก็เดาออกว่าตนย้อนเวลามาอยู่ในยุคโครยอ  คุณจึงถามต่อว่าพระราชาองค์ปัจจุบันเป็นใคร พระชายาแฮตอบด้วยสีหน้าเป็นกลุ้มใจว่าพระราชาองค์ปัจจุบันคือผู้สถาปนาอาณาจักรโครยอ ฮาจินได้ยินดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่านี่คือรัชสมัยของ "พระเจ้าแทโจ" (วังกอน) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โครยอ

ปี ค.ศ. 941 (พ.ศ. 1484) หรือปีที่ 24 ในรัชสมัยพระเจ้าแทโจ

ขณะว่าราชการในท้องพระโรง (โดยมีเหล่าองค์ชายร่วมประชุมด้วย ยกเว้นองค์ชายรัชผู้สืบสกุล และองค์ชาย 4) พระเจ้าแทโจโยนกรงนกที่มีนกตายอยู่ภายในให้ทุกคนดู พลางตรัสว่าเมื่อเช้านกตัวนี้กินอาหารของ "องค์ชายรัชผู้สืบสกุล (วังมู)" และตายเมื่อจิกกินคำแรก พระองค์มีบัญชาให้จับตัวคนที่ต้องการลอบปลงพระชนม์องค์ชายรัชผู้สืบสกุลมาลงโทษให้ได้ แต่เสนาบดี "วัง ชิก-รยอม" ซึ่งเป็นพระเครือญาติของพระเจ้าแทโจกลับแย้งว่าสิ่งที่พระองค์ควรทำคือการพิจารณาแรงจูงใจของคนร้าย เพราะถึงจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาชี้ว่าสาเหตุที่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นเป็นเพราะองค์ชายรัชผู้สืบสกุลไม่คู่ควรกับตำแหน่ง ซ้ำยังมีข่าวลือว่าพระองค์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ชิก-รยอมจึงเสนอให้ปลดองค์ชายวังมูออกจากตำแหน่งรัชผู้สืบสกุล และขอให้พระเจ้าแทโจทรงแต่งตั้งรัชผู้สืบสกุลพระองค์ใหม่ (องค์ชายรัชผู้สืบสกุลพึ่งมาถึงแต่ยังไม่ทันเข้าไปในท้องพระโรงก็ได้ยินเข้าเสียก่อน เลยยืนฟังหน้าประตูด้วยความโกรธ) 

พระเจ้าแทโจจ้องมองเหล่าองค์ชายพลางถามว่าทุกคนเห็นด้วยหรือเปล่า และใครมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นองค์ชายรัชผู้สืบสกุลคนใหม่ เหล่าองค์ชายต่างพากันยืนนิ่ง องค์ชายแปดรีบคุกเข่าขอให้พระองค์ทรงถอนรับสั่ง โดยกล่าวว่าไม่มีใครในหมู่พวกตนคิดแทนที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุล องค์ชายสิบสามคุกเข่าส่งเสริมคำพูดขององค์ชายแปด  หลังจากนั้นองค์ชายสามและองค์ชายคนอื่นๆ จึงพากันคุกเข่าพลางร้องขอให้พระองค์ทรงถอนรับสั่ง หลังจากนั้นพระเจ้าแทโจก็ส่งไม้ต่อให้ "ชเว จีมง" ซึ่งเป็นอัจฉริยะด้านศาสตร์แห่งดวงดาวและการทำนาย ช่วยคลายข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติขององค์ชายรัชผู้สืบสกุล จีมงจึงอ้างพระประสงค์ของสวรรค์โดยชี้ว่า ดวงดาวขององค์ชายรัชผู้สืบสกุลวังมูเป็นราชาแห่งดวงดาวบนท้องฟ้าที่สุกสกาวขึ้นทุกวัน และเปล่งประกายเคียงคู่วังหลวงอันเจิดจรัสของพระราชาแห่งโครยอ ซึ่งหมายความว่าองค์ชายรัชผู้สืบสกุลไม่ขาดคุณสมบัติอันใดเลย พระเจ้าแทโจตรัสเสริมว่า ตรงเวลา 24 ปีแล้วที่แผ่นดินโครยอถูกก่อตั้งขึ้น ที่ผ่านมาองค์ชายรัชผู้สืบสกุลร่วมกรำศึกกับตนหลายครั้งและเป็นคนวางรากฐานให้โครยอ พระองค์สั่งให้จีมงไปจัดแจงความพร้อมเรื่องพิธีกรรมที่กำลังจะถูกจัดขึ้น  โดยบอกว่าองค์ชายวังมูจะเป็นผู้นำในการปัดรังควานวิญญาณอันชั่วร้าย (องค์ชายสามได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเจ็บใจ)

2 Guns (ดวล l ปล้น l สนั่นเมือง)

เรื่องย่อ

สองคู่หูผู้มีเบื้องหน้าที่ยิ่งใหญ่กลับถูกตลบหลังด้วยอาชญากรรมซ้อนแผน
แต่นั่นก็เกิดขึ้นด้วยหน้าที่หาใช่ความปรารถนาส่วนตัว แผนพลิก! คนวุ่น!
แล้วเขาทั้งสองจะเดินหน้าต่อไปยังไงในเมื่อคำว่า "พลาด" ไม่มีอยู่ในพจนานุกรม
หรือต้องจมอยู่กับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ คู่หูเปลี่ยนเป็นคู่กัดขนาดพริกกับเกลือหลีกให้
ความมันส์สนั่นจึงบังเกิด ณ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดของประเทศ

สัมผัสส่วนตัวโดยรวม

ก่อนดู  => เอาความรู้สึกตั้งแต่ได้ดูตัวอย่างหนังเลยแล้วกันว่า "หนังยิงกันอีกแล้ว"

เดี๋ยวนี้ความคิดว่ามีเยอะไปนะกับหนังแนวนี้ แต่เอาเหอะ ดูจากชื่อดาราหนังระดับพระกาฬ

ชวนติดตามไปน้อย ทั้งยังยังคงติดตาตรึงใจกับพี่มืดเดนเซลใน Flight ฝ่าวิกฤตเที่ยวบินระทึก

ดังนั้น ตั้งมั่นไว้แล้วว่า ต่อให้ไม่ได้โอกาสดูฟรีเราก็คงต้องดิ้นรนตีตั๋วไปดูเองให้ได้

ขณะดู  => เฮ้ยยยย !!! หนังมันส์มากถ้าเทียบกันกับหนังแนว Gangster ชื่อยาวอ่านยากบางเรื่อง

บอกเลยว่าหนังเรื่องสนุกกว่าเย๊อะะะ แถมช่วงฮามันก็ฮาแบบหน้าตาย เอาสิ 555+++

ใครจะคิดว่าฝรั่งเล่นมุกเกรียนแบบงี้ ถ้าถามถึงดราม่าบอกเลยว่าไม่ถึง

แต่ถ้าถามว่าฮามั้ย มันส์มั้ย ตอบเลยว่า… ใช้ได้

หลังดู  => เป็นหนังที่ดูเอาสนุกจริง ๆ ถ้าตีตั๋วเสียเงินก็ไม่น่าเสียดายเงิน

เพราะคงมีฮาบ้าง ได้อารมณ์บู๊กวน ๆ ฆ่ากันแบบหน้ามึน ๆ 

แต่ถ้าไม่ได้ดูแล้วคิดว่าพลาด แบบนั้นคงเกินไปหน่อย

เอาเป็นว่าถ้าว่างก็จัดได้เพราะผู้แสดงคู่หูคู่นี้ถือว่าผ่านเลยสำหรับเรา

ไม่ถึงขั้นกลมกล่อม ไม่ซึ้งน้ำตาไหล แต่มันได้อารมณ์แบบ 'ถ้ามีภาคต่อก็น่าจัดนะ'

ส่วนเรื่องข้อคิดอะไรก็คงเหมือนกับหนังแอคชั่นแก้แค้นเอาคืนทั่วไป ประเภท…

คนที่รัก… ร้ายที่สุด

RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกครั้งกับ มาโกโตะ ชิงไก

วง RADWIMPS (แรดวิมส์) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2001 ที่จังหวัดคานางาวะ ญี่ปุ่น เป็นวงดนตรีที่มาจากการตั้งวงของเด็กมัธยมห้าคนที่มีเป็นเพื่อให้นกันมาตั้งแต่ประถมปลาย โดยการที่โนดะ โยจิโร่ ได้ฟังเพลงของวง Oasis (พี่นีล พี่เลียมนั่นเอง) แล้ว เกิดความสนใจด้านดนตรี เขาพยายามจำคอร์ดกีตาร์จากเพลงที่เขาได้ฟัง แล้วร้องเพลง จนได้รับการทาบทามจากเพื่อให้นในวงให้มาเป็นนักร้องนำ RADWIMPS ที่นำความหมายของคำแสลงภาษาอังกฤษสองคำ

RAD – สุดเจ๋ง และ WIMPS – สุดอ่อน แหม่ สุดจะย้อนแย้งจริง ๆ 

โดยเปิดวงเล่นนัดแรกที่ โยโกฮาม่า และสามารถชนะเลิศการแข่งขันดนตรีของโรงเรียนเมื่อปีค.ศ. 2002 ด้วยเพลง โมชิโม ซึ่งเพลงนี้ก็เปลี่ยนเป็นซิงเกิ้ลขายดีมากด้วยยอดขายซิงเกิ้ลว่าแสนแผ่นในปีค.ศ. 2003 ก่อนจะพักวงไปหนึ่งปีเพื่อให้ใช้เวลากับการเตรียมสอบ

ปีต่อมาวงได้กลับมาเล่นอีกรอบ โดยเหลือเพียงแค่โนดะ และเพื่อให้นอีกสามคน คือ  อากิระ คุวาฮาระ, ยูซึเกะ ทาเคดะ และ ซาโตชิ ยามากูชิ ผู้ทำหน้าที่มือกีตาร์ มือกลอง และ มือเบส ตามลำดับ (ซึ่งเป็นสมาชิกจนถึงปัจจุบัน) โดยบันทึกเสียงออกอัลบั้มที่สองในปี ค.ศ. 2004 อย่างอัลบั้ม RADWIMPS 2 : Hatten Tojo ในเดือนมีนาคม และได้ออกอัลบั้มเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยค่ายเพลง Toshiba EMI ซึ่งต่อมาเป็น EMI music japan.Inc ในปัจจุบัน และเปลี่ยนเป็นวงดนตรีร็อคอิสระที่ติดชั้น 1 ใน 50 ของญี่ปุ่นในปีต่อมา แต่โนดะรับรองว่า RADWIMPS จะยังเป็นวงไร้พันธะเหมือนก่อนการเซ็นสัญญา เพราะถึงแม้ว่าจะมีค่ายเพลงใหญ่มากแค่ไหน ก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เหมือนกัน พวกเขาจะไม่เปลี่ยนไป

 

จากวงอิสระสู่เพลงฮิตติดชาร์ตอย่างมาก
RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกทีกับ มาโกโตะ ชิงไก ในภาพยนตร์ Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ 1
วงในปี 2006
2 ปีต่อมา RADWIMPS 3 : Mujintō ni Motte Ikiwasureta Ichimai อัลบั้มที่ 3 ที่มาจากค่ายเพลงก็ออกวางจำหน่ายในปีค.ศ. 2006 แต่คราวนี้วงให้ความสำคัญประสบการณ์ทางดนตรีที่ลองผิดลองถูก แต่การลองนี้ก็ทำให้อัลบั้มติดชั้นที่ 13 ของชาร์ตออริคอนเลยทีเดียว พร้อมด้วยชื่อเสียงที่เพิ่มมากขึ้น ไม่นาน Radwimps 4: Okazu no Gohan ก็ออกตามมาติด ๆ  พร้อมด้วยซิงเกิ้ล “Futarigoto”, “Yūshinron” และ  “Setsuna Rensa,” ต่างเป็นเพลงที่เปิดตัวชั้นห้าแทบทั้งสิ้น ทั้งยังมีการขายได้ถึง 1 แสนแผ่น แถมอัลบั้มที่สองยังกลับมาติดชาร์ตอีกด้วยในเวลาเดียวกัน ด้วยชื่อเสียงที่มีอย่างเรื่อย ๆ ทำให้วงนี้ได้รับการรับรองว่าอยู่ในระดับ Gold โดย สมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งญี่ปุ่น แถมเพลงเก่า ๆ ตั้งแต่อัลบั้มแรกก็ติดชาร์ตตามมาเช่นกัน และก็มีผลงานออกมาอยู่เรื่อย ๆ 

ปีค.ศ. 2008 เพลง “Order Made” สามารถขึ้นเป็นชั้นหนึ่งในชาร์ตออริคอน, ปีค.ศ. 2009 อัลบั้มที่ 5 อย่าง Altocolony no Teiri ก็ขายได้ถึง 2 แสนแผ่น ตามมาด้วย “Dada” ที่ขึ้นชั้นหนึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ในปีค.ศ. 2011 เช่นเดียวกับอัลบั้มที่ 6 อย่าง Zettai Zetsumei ที่ขึ้นเป็นชั้นสองของชาร์ต วงนี้จึงได้รับการรับรองว่าอยู่ในระดับ Platinum ของสมาคมก่อนหน้า สิ่งพวกนี้เป็นเครื่องการันตีถึงความสำเร็จของวงดนตรีที่ไร้พันธะวงนี้ได้เป็นอย่างดี

Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อโนดะ
หนังดัง เพลงโดน
หนังดัง เพลงโดน
ประมาณปี 2015 อ. มาโกโตะ ชิงไก ผู้คร่ำหวอดในแวดวงอนิเมชั่นมาอย่างยาวนาน และแฟนตัวยงของวง RADWIMPS ได้เริ่มโครงงานภาพยนตร์อนิเมชั่นแนวโรแมนติกไซไฟเรื่อง ๆ หนึ่ง เขาได้เข้าหาโนดะผ่าน เกนคิ คาวามูระ โปรดิวเซอร์ เพื่อให้ขอให้ช่วยประพันธ์เพลงให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ แน่ๆว่า RADWIMPS ตอบตกลงทันที แม้ว่าตลอดการบันทึกเสียง พวกเขาจะไม่สามารถชมภาพยนตร์ได้จนกว่าเพลงจะเสร็จก็ตาม มีเพียงบทที่ชิงไกได้มอบให้วงอ่าน และการสนทนาที่จะช่วยปรับจูนดนตรีแก่วงเพียงแค่นั้นทำให้มันเป็นงานที่ยากลำบากอยู่พอสมควร เพราะระหว่างที่เพลงได้ถูกเรียบเรียงขึ้น เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ก็สามารถผกผันไปตามเพลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นงานที่สร้างสรรค์มากสำหรับวง
RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกทีกับ มาโกโตะ ชิงไก ในภาพยนตร์ Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ 2
มันช่างงดงามเช่นเดียวกันกับความฝัน
ใช้เวลาปีครึ่ง ในที่สุดเพลงของวง ทั้งเพลงบรรเลง และเพลงขับร้องก็ได้ไปโลดแล่นอยู่ในภาพยนตร์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อคุณ ก็ออกสู่สายตาผู้ชมในปีค.ศ. 2017 และกวาดเสียงแง่บวกของผู้ชมอย่างล้นหลาม และแน่ๆว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะนึกถึงคืออัลบั้มของวงในชื่อเดียวกับภาพยนตร์ ประกอบไปด้วยเพลงติดหูอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น “Yume Tōrō”, “Zenzenzense”, “Supākuru”  หรือที่เรารู้จักในนาม Sparkle, “Nandemonaiya” และเพลงบรรเลงตลอดเรื่อง ทำให้อัลบั้มนี้ขึ้นทั้งชาร์ตชั้นหนึ่งของอริคอนอีกที แต่คราวนี้ไปไกลกว่า เพราะ ติดชั้นที่ 16 ของชาร์ตบิลบอร์ดอเมริกาด้วย ก่อนที่จะมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมาในปีต่อมา พร้อมกับกวาดรางวัลจากแวดวงดนตรีไปถึง 3 รางวัล ในขณะเดียวกัน ในเมืองไทยนั้น หากใครที่ได้ดูหนังมาก็คงได้ฟังเพลงและรู้จักกับวงนี้ ซึ่งได้สร้างฐานแฟนคลับวงในไทยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

ฤดูฝัน ถึงชินไก
RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกรอบกับ มาโกโตะ ชิงไก ในภาพยนตร์ Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ 3
อามาโนะ ฮินะ และ โมริชิมะโฮดากะ ตัวละครหลักของเรื่อง
เมื่อช่วงหน้าร้อนปีค.ศ. 2017 อ. มาโกโตะ ชิงไก ก็เริ่มเดินหน้าโครงงานลำดับต่อไปของเขาที่มีชื่อว่า Tenki No Ko และคราวนี้ เขาก็ยังขอให้ RADWIMPS มาประพันธ์เพลงให้เหมือนเคย โดยทางวงนั้นได้รับอีเมลบทภาพยนตร์เรื่องนี้จากชิงไกเหมือนเคย ซึ่งทางวงก็ยินดีเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้นี่เป็นการร่วมกันครั้งที่ 2 ของวงและชิงไก จุดเริ่มของบทเพลงที่เปี่ยมไปด้วยฝนพรำในวันที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง รสชาติใหม่ที่ต่างจากเรื่องก่อนโดยสิ้นเชิง

คราวนี้วงได้รับสิทธิ์ในการกำหนดทิศทางของเรื่องระหว่างที่เรียบเรียงเพลงมากขึ้น โดยมีการส่งอีเมลหากันระหว่างชิงไก กับ โนดะ จนเรียกได้อาจจะมากกว่าคนรักเลยก็ว่าได้ โดยโนดะกล่าวว่า
“ชิงไกก็ยังเป็นเหมือนนัดแรกที่ทำงานด้วยกัน, เขาทั้งทะเยอทะยาน, ดื้อรั้น และเบ๊อะบ๊ะตลอดช่วงที่ทำ โดยมีทีมงานคอยส่งเสริมเขาตลอดเวลาที่ทำงาน และผมก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาร่วมเส้นทางเดียวกันกับเขาอีกที”

ทางด้านชินไกก็ไม่น้อยหน้า ออกมาให้ความเห็นต่อโนดะ

“ผมส่งบทไปให้โนดะ ผมพึ่งจะจะเขียนเสร็จไปเมื่อ 26 สิงหาเอง แถมพึ่งจะเสร็จงานเก่าอย่าง Your Name ไปเมื่อปีที่แล้วเอง ตอนแรกก็ไม่ได้มีเจตนาจะส่งบทภาพยนตร์ไปให้โนดะหรอก แต่ผมน่ะอยากฟังเสียงจากในหัวของเขาที่มาจากการอ่านบทภาพยนตร์ของผม แล้วเขาก็ส่งเพลง Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai

ผมจึงมั่นใจเลยว่า นี่ต้องเป็นหนังที่เขาจะทำจากเพลงนี้ และผมเข้าใจถึงเหตุผลจากก้นบึ้งแล้ว ว่าทำไมถึงส่งบทให้เขา”

 

 

 “ตอนที่คุยกันเรื่องนี้เนี่ย ผมอยากให้งานนี้ออกมาเหมือนนัดแรก และทำมันให้แตกต่าง น่าสนใจกว่าเดิม แม้ว่าผมจะเคยทำงานร่วมกันกับวงมาแล้วใน Your Name แต่คราวนี้ผมอยากได้อะไรที่สดใหม่แก่ผู้ชม มันจะเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก และทำให้ผู้ชมต้องแปลกใจแน่ ๆ และผมคงดีใจมากเลยถ้ามีคนคาดหวังกับบทเพลงคราวนี้”

 

แรดวิมส์
ฝนตกทีไร นึกถึงใครอยู่หรือเปล่า
โนดะปิดท้ายว่า

 

“ตอนที่ทำเพลงอยู่นั้น ผมคิดว่า ถ้าหากมีกำเเพงมาขวางกั้น ก็จะพุ่งไปข้างหน้าพังมันลง ผมจะใช้ความทะเยอทะยาน และไม่ยอมแพ้แบบที่โฮดากะ และ ฮินะเป็น (ตัวละครหลักในภาพยนตร์เรื่องนี้) และผมหวังว่าดูจบแล้วทุกคนจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความสดใส และสนุกไปกับมัน เพราะฉะนั้นแล้ว เตรียมใจรอไว้ได้เลยครับ (หัวเราะ)”